เย่เฉินไม่ได้คิดว่าเหตุผลที่ซือเทียนฉีจะไปจากจินหลิงเพราะแพ้พนันจี้ซื่อถัง
ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่คิดว่าชายชราเดิมพันกับคนอื่นเพื่อเอาหม้อต้มยามาให้
เขาถามด้วยความสงสัย: "หมอเทพหมอซือ คนที่คุณแพ้พนันคือใคร"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" ซือเทียนฉีตอบ: "ชายคนนั้นค่อนข้างบ้าคลั่ง เขาบอกแค่ว่าเขาแซ่หงคนอื่นๆเรียกเขาชื่อหงเทียนซือ"
“หงเทียนซือ?” เมื่อเย่เฉินได้ยินสามคำนี้ก็ขมวดคิ้ว
เย่เฉินเคยได้ยินเธอพูดถึงชื่อนี้ หลังจากที่กู้ชิวอี๋ส่งยาช่วยหัวใจให้คุณตา
ตามที่เธอพูดคนนี้เป็นนักพรตอาวุโสมากในแวดวงชาวอเมริกันเชื้อสายจีน รู้จักกันในนามหงเทียนซือ ซึ่งสนิทกับคุณยายของเธอมาก และในขณะนั้นตาของเธอป่วยหนัก เขายังรีบเดินทางไปรักษาเป็นการเฉพาะ และด้วยเรื่องนี้ยังมีข้อขัดแย้งกับกู้ชิวอี๋
หลังจากเห็นประสิทธิภาพของยาช่วยหัวใจแล้ว คนๆนี้ต้องการหาตัวคนที่กลั่นยายาช่วยหัว หลังจากได้ยินจากลุงของเขาอานโฉงชิวว่ามียาอายุวัฒนะในจินหลิง เขาก็ตัดสินใจมาค้นหายาที่จินหลิง
ตอนนั้นกู้ชิวอี๋เตือนเขาเป็นพิเศษ ต่อไปต้องระวังหงเทียนซือคนนี้ให้ดี แต่ตอนนั้นเขายังอยู่ที่สหรัฐอเมริกาจึงไม่ได้สนใจคนนี้มากนัก
แต่ตอนนี้เหมือนว่าคนๆนี้จะมาหาจินหลิงแล้วและได้พบคนที่ใกล้ชิดกับเขา
ซือเทียนฉีถอนหายใจแล้วพูดว่า:"เขาจะแข่งวัดชีพจรกับฉัน โดยสุ่มเลือกผู้ป่วยหญิงที่เคยคลอดบุตรสำหรับการแข่งขัน ซึ่งการแข่งจะมีทั้งหมดสามจุด จุดแรกคือหาอายุของผู้ป่วยใครใกล้เคียงความจริงมากที่สุดชนะ จุดที่สองระบุวันที่มีประจำเดือนของผู้ป่วยใครใกล้เคียงความจริงมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ จุดที่สามระบุจำนวนครั้งที่ผู้ป่วยตั้งครรภ์และใครใกล้เคียงความจริงมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ... รวมเป็นสาม ผู้ชนะสองในสามคือผู้ชนะ ... "
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะพูดอย่างอึดอัด: "หมอเทพซือ ฉันขอพูดนอกเรื่อง มันไม่ค่อยเหมาะสมหรือไม่ที่หมอสองคนจะแข่งกันเดาประจำเดือนและจำนวนการตั้งครรภ์ของผู้ป่วยหญิง?"
ซือเทียนฉีรีบอธิบาย: "อาจารย์เย่ คุณอาจจะไม่รู้ว่าเรื่องพวกนี้เป็นล้วนเป็นเนื้อหาการแข่งขันวัดชีพจรของหมอหลวงสมัยโบราณมาโดยตลอด แม้ว่ามันจะฟังดูไม่เหมาะสมแต่ในความเป็นจริง เนื่องจากผู้หญิงสรีระมากกว่าผู้ชายหลายอย่าง ดังนั้นนรีเวชศาสตร์สามารถสะท้อนความสามารถของแพทย์ในการจับชีพจรได้ดีที่สุด "
“แพทย์ทั่วไปสามารถจับชีพจรแห่งความสุขได้ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แพทย์ในระดับที่สูงขึ้นไปสามารถคาดเดาวันคลอดของหญิงตั้งครรภ์ผ่านชีพจรได้ แพทย์ในระดับที่ยิ่งสูงขึ้นไปสามารถบอกได้ว่าอีกฝ่ายตั้งครรภ์และคลอดลูกมาแล้วกี่ครั้ง กล่าวกันว่ามีหมอหลวงชั้นยอดที่สามารถรู้เพศของทารกในครรภ์ผ่านการจับชีพจรได้ แต่คนแบบนี้มีให้เห็นในหนังสือโบราณเท่านั้น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...