ตอนที่เย่เฉินบอกว่าจะฝืนใจรับมันเอาไว้ หงฉางชิงรู้สึกว่าเลือดในร่างกายตัวเองใกล้จะแห้งเหือดแล้ว
เตายานี่เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดมาจากบรรพอาจารย์เต๋าแท้ ตลอดช่วงร้อยปีพันปีที่ผ่านมา จู่ซือสิบกว่าท่านของเต๋าไท่เจินล้วนใช้เตายานี้กลั่นยา ซึ่งนับเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนักของเต๋าไท่เจินอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าสมบัติล้ำค่าของสำนักที่สืบทอดต่อกันมาเป็นพันปีนี้ถูกเย่เฉินกรรโชกไป หงฉางชิงรู้สึกว่าหลังจากตัวเองตายไปแล้ว ตัวเองก็ไม่มีหน้าไปพบบรรพชนของเต๋าไท่เจิน
แต่ตอนนี้เขาก็ไม่มีพื้นที่ให้หันหลังกลับแล้ว ของสิ่งนี้ได้อยู่ในกำมือของเย่เฉินเรียบร้อยแล้ว สู้เขาก็สู้ไม่ไหว เจรจาก็เจรจาไม่ไหว ด่าก็ด่าไม่ไหวอีก เขาถูกเย่เฉินกดอัดครบทุกด้านเลย
เพราะฉะนั้นความคิดในตอนนี้ของหงฉางชิงก็คือ คืนนี้ขอแค่มีชีวิตรอดออกไปจากจี้ซื่อถังได้ ก็ถือว่าจู่ซือคุ้มครอง จู่ซืออวยพรให้เป็นศิริมงคลแล้ว ยังจะมีกะจิตกะใจไปทวงเตายานั่นกลับมาได้ยังไง
ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ยิ้มประจบ พลางพูดอย่างเคารพนบนอบ: “อาจารย์เย่ ท่านรับไว้เลยครับ ต่อไปเตายาเตานี้ก็เป็นของท่านแล้วครับ……”
เย่เฉินผงกหัว พลางแกะถุงผ้าออกแล้วเผยให้เห็นเตาสามขาสีบรอนซ์ที่อยู่ภายใน พลางมองหงฉางชิงรอบหนึ่งแล้วเอ่ยปากพูด: “นายเป็นคนตกลงเอง นี่ฉันไม่ถือว่าขู่กรรโชกนายใช่ไหม?”
หงฉางชิงกลั้นน้ำตาไว้พลางตอบกลับ: “ไม่ถือว่าขู่กรรโชกครับ ไม่ถือว่าขู่กรรโชก……”
เย่เฉินถามอีกว่า: “นายเต็มใจใช่ไหม?”
หงฉางชิงผงกหัวพลางปล่อยให้น้ำตาร่วงลงบนพื้นพลางพูดพร่ำอย่างหยุดหย่อน: “ผมเต็มใจเองครับ ผมเต็มใจเอง……”
เย่เฉินพยักหน้าอย่าพึงพอใจ: “เต็มใจน่ะก็ดีละ”
ถัดจากนั้นเย่เฉินก็สัมผัสได้ว่าภายในเตายานี้ ถึงขั้นมีค่ายกลที่ซับซ้อนอย่างยิ่งหนึ่งค่าย เหมือนดั่งมีดทะลุวิญญาณและยันต์ฟ้าร้องของตัวเอง ต่างมีค่ายกลในเครื่องมือทางธรรม ซึ่งต้องใช้ปราณทิพย์กระตุ้นค่ายกล เพื่อบรรลุประสิทธิผลของค่ายกล
เย่เฉินไม่รู้ว่าค่ายกลที่อยู่ในเตายานี้คือค่ายอะไร แต่รู้สึกว่าความเร็วในการโคจรของค่ายกลเร็วมากจนน่าทึ่ง เหมือนใช้เพื่อกลั่นกรองวัตถุดิบบางอย่างโดยเฉพาะ
เมื่อโยงเข้ากับเรื่องที่เจ้าสิ่งนี้เหมือนเตาที่ใช้กลั่นยา ดังนั้นเขาจึงได้รับข้อสรุปทันทีว่า: นี่น่าจะเป็นเครื่องมือทางธรรมที่ใช้ปราณทิพย์กลั่นยาโดยเฉพาะ!
วินาทีนี้ จู่ ๆ เย่เฉินก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจขึ้นมา
ก่อนหน้านี้เขากลั่นยาโดยใช้ปราณทิพย์กลั่นกรองวัตถุดิบมาโดยตลอด สาเหตุที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือต่าง ๆ นั้น เป็นเพราะระดับความแข็งแรงของเครื่องมือทั่วไป ไม่สามารถแบกรับอุณหภูมิที่เกิดจากปราณทิพย์กลั่นวัตถุดิบยาได้เป็นเวลานาน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...