เมื่อได้ยินเสียงเย่เฉิน หงฉางชิงตกใจจนร่างกายสั่นสะท้าน
หลังจากเย่เฉินได้ก้าวเท้าเดินเข้ามา เขาก็เข้าไปต้อนรับทันที และคุกเข่าทั้งสองข้างลงไปกับพื้นในตอนที่อยู่ห่างจากเย่เฉินประมาณสองสามเมตร และกล่าวขึ้นมาอย่างซาบซึ้งในบุญคุณ: “ผมกระผมหงฉางชิง ขอขอบพระคุณอาจารย์เย่ที่อุ้มชู!”
หลังจากได้รับโอสถที่เย่เฉินมอบให้ หงฉางชิงก็ได้เก็บตัวถือศีลไปช่วงเวลาสั้น ๆ และก้าวเข้าสู่แดนสว่างชั้นสูงสุดที่เขาเฝ้าหวังมานาน
ดังนั้น เมื่อได้พบเย่เฉินอีกครั้ง เขาก็รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณเหมือนได้พบกับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตอย่างไรอย่างนั้น
หงฉางชิงคุกเข่าลงไปเช่นนี้ ก็ได้ดึงดูดสายตาผู้คนที่มาหาหมอจำนวนมาก พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมชายชราท่านนี้ถึงได้คุกเข่าให้กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ดังนั้นจึงต่างได้มองมา
เย่เฉินส่ายศีรษะอย่างจนใจ เดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ยื่นมือออกไปพยุงเขาขึ้นมา แล้วกำชับเสียงเบา: “ต่อไปถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่น อย่าเรียกผมว่าอาจารย์เย่ และไม่ต้องทำความเคารพขนาดนี้หรอก”
หงฉางชิงนึกว่าเย่เฉินกำลังเกรงใจเขา จึงรีบกล่าวขึ้นมา: “อาจารย์เย่ คุณมีพระคุณทำให้ผมกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ผมกราบคุณ ก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?”
เย่เฉินปั้นหน้ากล่าว: “งั้นคุณรอกราบตอนที่ไม่มีคนก็ไม่สายเกินไปหรอก ถึงตอนนั้นคุณอยากกราบยังไงก็กราบ ผมจะไม่ห้ามคุณแน่!”
หงฉางชิงจนใจ ได้แต่พยักหน้า: “ได้ครับอาจารย์เย่ ผมทราบแล้วครับ......”
เย่เฉินตอบรับด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจนัก จากนั้นก็กล่าวขึ้นมา: “เอาเถอะ ผมว่าคุณอย่ามาขัดแข้งขัดขาอยู่ที่นี่อีกเลย ตอนนี้ไปที่ที่หนึ่งกับผมหน่อย ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
หงฉางชิงพยักหน้ากล่าวโดยเร็ว: “ไม่มีปัญหาครับอาจารย์เย่ ผมฟังคำสั่งทุกอย่างจากคุณ!”
เย่เฉินอืมตอบหนึ่งครั้ง จากนั้นก็หันไปกล่าวกับซือเทียนฉีและเฉินเสี่ยวจาว: “หมอเทพซือ เสี่ยวจาว ผมมีเรื่องพาอาจารย์หงออกไปหน่อย วันหน้าเดี๋ยวผมจะมาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง”
ในสายตาของเย่เฉิน มีรูปร่างหน้าตาเหมือนอย่างเทพเซียน แถมยังไว้เครายาว ผมยาว ทำผมทรงของนักพรต และสวมชุดของนักพรต ตอนที่อยู่นิ่ง ๆ มีท่าทางเหมือนกับนักพรตคนหนึ่งจริง ๆ แต่ท่าทางในตอนนี้ของเขา เอาแต่ฉีกปากหัวเราะอยู่ตลอดเวลา รัศมีของนักๆ พรตจึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความโรคจิตเท่านั้น
ดังนั้น เขาก็เลยกล่าวขึ้นมา: “อาจารย์หง ต่อไปถ้าไม่มีอะไรก็อย่างยิ้มเลย หน้าของคุณน่ะ พอยิ้มขึ้นมามันดูโรคจิตมาก”
หงฉางชิงชะงักเล็กน้อย กล่าวขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ: “อาจารย์เย่ เหมือนว่าผมจะไม่ได้ยิ้มนะครับ”
เย่เฉินกล่าวอย่างเรียบ ๆ : “คุณลองส่งกระจกดูสิ ปากแทบจะฉีกถึงกกหูอยู่แล้ว”
หงฉางชิงรีบเปิดกระจกแต่งหน้าของที่นั่งข้างคนขับลงมาดู พบว่าบนใบหน้าของตัวเองมีรอยยิ้มที่ค่อนข้างโรคจิตอยู่ เขาจึงรีบหุบรอยยิ้มลงไปทันที และกล่าวอย่างเขินอาย: “ขอโทษด้วยนะครับอาจารย์เย่ ผมเสียมารยาทแล้ว......”
กล่าวจบ เพื่อเป็นการแก้เขิน จึงรีบถามขึ้นมาอีกครั้ง: “อาจารย์เย่ คุณจะพาผมไปที่ไหนเหรอครับ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...