มีอยู่บางเวลา เขาเคยคิดที่จะโทรหาคุณยายของเย่เฉิน ให้ท่านมาช่วยตัดสินความเป็นธรรมให้
แต่พอนึกดูอีกที เขาก็คิดว่าตัวเองจะจะใจร้อนทำอะไรแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
เพราะเมื่อก่อนเย่เฉินได้สั่งกับตัวเองแล้ว ห้ามบอกฐานะของเขาให้คุณยายของเขารู้อย่างเด็ดขาด หากตนทำผิดทั้ง ๆ ที่รู้ เมื่อทำให้เย่เฉินโมโหขึ้นมาจริง ๆ อย่างว่าแต่เส้มลมปราณถูกปิดสี่เส้นเลย อาจต้องจบชีวิตลงในมือขอเขาก็ได้
หงฉางชิงที่หมดอาลัยตายอยาก คิดไปคิดมาก็ยังรู้สึกว่าตนเองต้องหาวิธีทำให้เย่เฉินยกโทษให้ตนเองให้ได้ มีเพียงเช่นนี้ถึงจะนำผลการฝึกฝนที่เคยมีอยู่ของตนเองกลับมาได้
ดังนั้น เขาก็หวนนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อครู่เย่เฉินได้บอกว่าจะพาเขาไปยังช็องเซลีเซียนสปา จึงรีบลุกขึ้นมาทันที และเรียกรถแท็กซี่อยู่ข้างทาง
คนขับแท็กซี่เคยเห็นชายชราสวมชุดนักพรตแบบนี้เป็นครั้งแรก อีกทั้งหงฉางชิงมีราศีของเทพเซียนอยู่จริง ๆ เมื่อเห็นเขาขึ้นรถ จึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยท่าทางเคารพนอบน้อม: “นักพรตท่านนี้ ต้องการไปที่ไหนเหรอครับ?"
หงฉางชิงกล่าวขึ้น : “ผมต้องการไปที่ช็องเซลีเซียนสปา”
“ไปแช่น้ำพุร้อนเหรอครับ?” คนขับแท็กซี่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมนักพรตชราคนหนึ่งต้องไปที่โรงแรมน้ำพุร้อนด้วย
ไม่รอให้หงฉางชิงพูดอะไร จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามขึ้นมา: “จริงสิท่านนักพรต โรงแรมน้ำพุร้อนช็องเซลีไม่เปิดบริการแล้ว บอกว่าจะมีซ่อมแซมปรับปรุงเพิ่มระดับ ยังไม่รู้ว่าจะเปิดบริการอีกทีเมื่อไร สองวันมานี้ผมเคยพาลูกค้าไปที่นั่นอยู่หลายรอบ ต่างก็ไปเสียเวลาเปล่า ถ้าท่านอยากแช่น้ำพุร้อน ผมแนะนำที่อื่นให้คุณนะครับ”
หงฉางชิงส่ายหน้ากล่าว: “ฉันไม่ได้จะไปแช่น้ำพุร้อน ฉันมีธุระกับคนที่อยู่ที่นั่น”
หงฉางชิงมีท่าทางเคอะเขินเล็กน้อย ยิ้มแห้ง ๆ กล่าว: “ชีวิตนี้ของฉันยุ่งอยู่กับการตั้งใจบำเพ็ญตน ไม่ได้เผยแพร่คำสั่งสอนอะไร และไม่เคยเทศน์สั่งสอนด้วย”
คนขับยกนิ้วหัวแม่มือให้กับเขา กล่าวยกย่อง: “แวบแรกที่ผมเห็นท่าน ก็รู้สึกว่ามีวาสนากับท่าน ดูรูปร่างหน้าตาของท่านก็รู้ว่าเป็นนักพรตอย่างแท้จริง ไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฎอย่างแน่นอน!” หงฉางชิงไม่สนใจเขา แต่ได้มองออกไปนอกกระจกรถอย่างเหม่อลอย หวนนึกถึงความมุ่งมั่นและอยากลำบากในการฝึกฝนอย่างพยายามที่อเมริกาในหลายปีที่ผ่านมา นึกถึงว่าตนเองอายุขนาดนี้แล้ว ดิ้นรนเดินทางข้ามฟ้ามาที่หัวเซี่ยเพื่อตามหาโอกาสวาสนา แต่ใครจะคิดล่ะว่า เรื่องดีใจผ่านไปยังไม่ถึงสองวัน ตอนนั้นตนเองกลับรุดถอยหลังถึงนักบู๊สี่ดาว......
ยิ่งคิดเช่นนี้ หงฉางชิงก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ น้ำตาจึงไหลออกมาอย่างไม่เอาไหน
พอคนขับเห็นเข้า ก็รีบเอ่ยถามเขาทันที: “ท่านนักพรต ทำไมร้องไห้ล่ะครับ มีคนรังแกท่านเหรอ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...