บทที่ 537
พอได้ยินคำสั่ง พวกบอดี้การ์ดพวกนั้น ก็ตรงปรี่เข้าไปทันที แล้วก็จัดการอัดหน้าชายคนนั้น ทั้งเตะทั้งถีบ
ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ กับหญิงแก่อายุราวๆ เจ็ดสิบกว่า เห็นพวกนั้นกำลังทุบตีลูกชายตัวเอง ก็ทั้งร้องไห้ทั้งตะโกน: “ขอร้องพวกท่าน อย่าทำเขาเลย พวกเราไปเองก็ได้ พอได้ไหม?”
หัวหน้าบอดี้การ์ดจึงด่ากลับ: “แล้วตอนแรกทำอะไรอยู่?ทำไมไม่ยอมห้ะ!”
พูดจบ ก็เตะชายวัยกลางคนคนนั้นไปด้านข้างทันที แล้วก็ควักเงินออกมาพันหนึ่งแล้วโยนใส่หน้าเขา พร้อมกับต่อว่า: “รีบไสหัวไป!”
หญิงสูงวัยที่อยู่ข้างๆ ก็ทั้งร้องไห้ แล้วก็ดึงลูกชายเข้ามา คนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็รู้สึกโกรธแค้น แต่ว่าพอเห็นพวกเขาดูใหญ่โต และยังขับรถหรูอีก ก็พอจะรู้ว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง ดังนั้นจึงได้แต่กล้ำกลืนความเกลียดนั้น
พวกบอดี้การ์ดถือเงินเดินเข้ามา แล้วก็ยัดให้คนละพัน พร้อมกับพูดสามคำ: “ไสหัวไป!”
บางคนพอได้เงินแล้วก็รีบหนีไป แต่บางคนก็รู้สึกไม่พอใจ และก็ไม่อยากได้เงินพวกเขา แต่ก็เพราะว่าทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นจึงทำได้แค่อดทนแล้วก็เดินจากไป
และในตอนนี้ ผู้ช่วยอีกคนก็เดินออกมาจากจี้ซื่อถังเพราะได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก พอเดินออกมา ก็เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงรีบถามขึ้น: “พวกคุณทำอะไร?ทำไมต้องทุบตีคนอื่น?”
“ทุบตีเหรอ?” หัวหน้าบอดี้การ์ดขมวดคิ้วแน่น แล้วพูดขึ้น: “พวกเราเป็นคนตระกูลอู๋มาจากซูหาง ก็แค่สั่งสอนคนไม่รู้ความบางคนเท่านั้น”
พูดเสร็จ เขาก็หันไปกวาดตามองคนอื่น แล้วก็ต่อว่า: “ยังไม่ไสหัวไปอีก?ป่วยกันนักใช่ไหม?วันนี้ที่นี่ไม่รักษาคนอื่น ถ้ายังไม่ไสหัวไปอีก ฉันจะไม่เกรงใจละนะ!”
อู๋ซินพูดเสียงแข็ง: “กฎของหมอซือ มีไว้ใช้กับคนจน แต่ไม่ได้ใช้กับตระกูลอู๋ ในเจียงหนาน สิ่งที่พวกเราพูดนั้นคือกฎ!วันนี้คนพวกนี้ต้องไสหัวไปให้หมด เพราะว่าพวกมันไม่คู่ควรที่จะมาอยู่ในที่เดียวกันกับตระกูลอู๋!”
เวลาที่ตระกูลอู๋ออกจากบ้าน ก็จะไม่ยอมให้คนธรรมดาเหมือนพวกเขา และก็จะไม่ยอมให้คนธรรมดามาอยู่ด้วยกันกับพวกเขา
ขนาดออกไปซื้อของที่ร้านค้า พวกบอดี้การ์ดก็จะไล่ลูกค้าในร้านออกไปจนหมด เพื่อให้ความอิสระกับตระกูลอู๋
พวกเขาทำกันมาแบบนี้จนชินเป็นปกติแล้ว ดังนั้นถึงจะมาหาหมอซือเทียนฉี พวกเขาก็จะไม่มีทางรักษาร่วมกับคนธรรมดาทั่วไป
แต่ว่า ท่าทางของอู๋ซินในตอนนี้ ดูจะทำเกินไปหน่อย
เขารู้สึกว่า อู๋ซินทำอะไรกับคนพวกนั้นก็ได้ แต่ไม่ควรจะไปล่วงเกินซือเทียนฉี
--------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...