ขณะเดียวกันนี้ อู๋ซูถงหน่วยบัญชาการกองทัพขวาในเนเปิลส์ ใช้เวลาในการติดต่อกับหนี่เจิ้นหยูขุนพลหัวเมืองของไซปรัส ตามแผนการที่เขากับโอวป๋อจวินวางไว้ เขาจะออกคำสั่งภารกิจลับสุดยอดนี้ให้หนี่เจิ้นหยูทางโทรศัพท์ ให้เขาส่งคนเดินทางไปกรุงโรม
การที่โอวป๋อจวินต้องการทราบว่ามีอะไรผิดปกติในหนี่เจิ้นหยูและทหารม้ากล้าหรือไม่ ก็ต้องรอสายจากเขาก่อนค่อยลงมือ
ตอนนี้อู๋ซูถงเปรียบเสมือนผู้ตัดสินที่มีปืนอยู่ในมือ หากเขาไม่ออกคำสั่ง ก็ไม่มีใครออกวิ่งก่อนได้
แต่ที่แปลกคือ โทรศัพท์สายพิเศษของเขาซึ่งใช้ติดต่อหนี่เจิ้นหยูเพียงหมายเลขเดียวนั้นและสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงนี้ เมื่อเขาต่อสายไปอีกครั้งในตอนนี้ กลับพบว่าไม่อาจโทรติดได้
เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ผิดปกตินี้ทำให้อู๋ซูถงรู้สึกประหม่าทันที
เขาจึงโทรหาโอวป๋อจวินอีกครั้ง แต่โทรศัพท์ของโอวป๋อจวินก็โทรไม่ติดเช่นกัน
ครั้งนี้เขาเริ่มมีลางสังหรณ์ในใจ
แต่เนื่องจากโครงสร้างที่ค่อนข้างพิเศษขององค์กรพั่วชิง เขาจึงไม่มีลูกน้องคนอื่นในไซปรัสที่สามารถติดต่อได้โดยตรง ยกเว้นหนี่เจิ้นหยูขุนพลหัวเมือง
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือส่งคนไปยังไซปรัสเพื่อตรวจสอบถึงสถานการณ์
คนที่เหมาะสมที่สุดซึ่งจะไปสืบก็คือการส่งทูตพิเศษไปยังเหมืองแร่ทองแดงในตุรกี เพราะตุรกีอยู่ใกล้ไซปรัสมาก เฮลิคอปเตอร์บินไปที่นั่นใช้เวลาไม่นาน
แต่ถึงอย่างไรโอวป๋อจวินก็เป็นหนึ่งในสี่เอิร์ล ตอนนี้เขาขาดการติดต่อกับกองทหารหน่อวยกล้าตาย สำหรับองค์กรพั่วชิงนี่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ดังนั้นอู๋ชูถงจึงไม่กล้าตัดสินใจโดยพลการ ได้แต่ลุกขึ้นไปยังห้องลับของเขา
ห้องที่เรียกว่าห้องลับนั้น เป็นห้องที่เก็บเสียงและป้องกันสัญญาณไร้สายจากโลกภายนอกได้อย่างดี
ตามคำสั่งของผู้มีพระคุณ ห้ามผู้บัญชาการคนใดใช้สายนี้ติดต่อเขาโดยตรง เว้นแต่จะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง นั่นหมายความว่าตลอด 5 ปีมานี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าจะได้ใช้เครื่องมือสื่อสารเฉพาะนี้สักครั้ง ทว่าในหน่วยบัญชาการกองทัพขวา ระยะเวลาสั้น ๆ นี้ถูกอู๋ซูถงใช้งานถึงสองหน
ครั้งแรก เหตุเพราะภารกิจลับไปจับกุมหลินหว่านเอ๋อร์ และทหารม้ากล้าหายตัวไป อู๋ซูถงใช้สายพิเศษนี้เพื่อรายงานสถานการณ์ต่อผู้มีพระคุณ
ส่วนคราวนี้เป็นโอวป๋อจวินท่านเอิร์ลเจี้ยนกง ส่งไปสืบเรื่องราวทหารม้ากล้า แต่กลับไม่มีข่าวคราวของเขากลับมา ทหารหน่วยกล้าตายทั้งหมดก็ขาดการติดต่อไปเช่นกัน
ณ เวลานี้ อู๋ซูถงรู้สึกประหม่าอย่างมาก ขณะที่เขากำลังเช็ดเหงื่อเย็นเยือก ก็ได้กล่าวอย่างกระวนกระวายว่า "ท่านผู้มีพระคุณ……ท่านเอิร์ลเจี้ยนกง……เขา……”
ผู้มีพระคุณพูดอย่างเย็นชาว่า "เกิดอะไรขึ้นกับท่านเอิร์ลเจี้ยนกง"
อู๋ซูถงกลืนน้ำลายลงคอแล้วพูดด้วยความยากลำบากว่า "เรียนท่านผู้มีพระคุณ ท่านเอิร์ลเจี้ยนกง……เขาขาดการติดต่อจากเรา……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...