แต่ว่า ตอนนี้หงฉางชิงแม้แต่ในฝันยังอยากจะกอดขาเย่เฉินเอาไว้ หากต้องให้เขากลับไปถ่ายทอดตำแหน่งที่อเมริกา เขาไม่ยินยอมอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ในใจของเขายังมีจุดประสงค์อันเล็กน้อยอยู่ด้วย นั่นก็คือจะต้องให้เย่เฉินได้เห็นตนเองถ่ายทอดตำแหน่งเจ้าสำนักให้หลงซือฉีกับตา
มีเพียงแบบนี้ ถึงจะรับประกันได้ว่าเย่เฉินจะเชื่อว่าตนภักดีต่อเขาจริง ๆ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้เรียกหลงซือฉีดั้นด้นมาแต่ไกลเช่นนั้น
แม้หลงซือฉีจะไม่รู้ว่าอาจารย์ของตนเองมีแผนการอะไรอยู่ แต่ด้วยความเคารพต่อผู้เป็นอาจารย์ เธอย่อมจะถามอะไรมากไม่ได้
และเนื่องจากความเคารพที่มีต่อผู้เป็นอาจารย์ เธอจึงไม่ได้ใส่ใจสังเกตผลการฝึกฝนของผู้เป็นอาจารย์นัก
หากเธอใส่ใจสังเกตดูหน่อย ก็จะพบว่า ผลการฝึกตนของอาจารย์ของตน ได้รุดถอยมาถึงนักบู๊สี่ดาวแล้ว ด้อยกว่าตนอีกหนึ่งขั้น
ทั้งสองคนเดินออกมาจากสนามบิน หงฉางชิงก็ได้เรียกรถคันหนึ่ง เดินทางไปยังโรงแรมป๋ายจินฮ่านกง
เดิมทีเขาไม่ได้พักอยู่ที่โรงแรมป๋ายจินฮ่านกง แต่หลังจากได้รับรู้สถานะของเย่เฉิน ก็ได้รีบมาเปิดห้องที่โรงแรมป๋ายจินฮ่านกงทันที ไม่ใช่เพื่อสิ่งอื่นใด เพียงเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเย่เฉินให้ใกล้อีกนิด แม้จะเป็นเพียงกำลังอันน้อยนิด แต่ในสายตาของเขาก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
ทั้งสองคนมาถึงโรงแรมป๋ายจินฮ่านกง หงฉางชิงได้ให้หลงซือฉีไปทำการเช็คอิน ส่วนตนเองเดินออกไปจากห้องโถงของโรงแรม และโทรหาเย่เฉิน
เย่เฉินในเวลานี้ เพิ่งกลับจากโรงแรมน้ำพุร้อนช็องเซลีมาถึงตัวเมือง เห็นเบอร์หงฉางชิงโทรเข้ามา ก็ได้รับสายแล้วเอ่ยถาม: “อาจารย์หง โทรมามีอะไรชี้แนะเหรอ?”
หงฉางชิงกล่าวด้วยความประหม่า: “อาจารย์เย่กล่าวเกินไปแล้ว ผมจะกล้ามีคำชี้แนะอะไรได้ แค่มีเรื่องบางอย่างอยากจะขอคำชี้แนะจากคุณหน่อย......”
หงฉางชิงกล่าวอย่างร้อนรน: “อาจารย์เย่ ความสามารถของคุณ บรรดาจู่ซือของเต๋าไท่เจินก็ไม่อาจเทียบได้ พูดจากใจจริง คราวก่อนที่คุณบอกว่า《จิตกลียุคเต๋าไท่เจิน》เป็นแค่ส่วนแรก เรื่องนี้ทำให้ผมตกใจมาก อย่าว่าแต่ผมเลย หากจู่ซือของเต๋าไท่เจินที่อยู่ในปรโลกรับรู้เข้า เกรงว่าพวกท่าก็คงยอมกราบเป็นศิษย์ของคุณเหมือนกัน......”
เย่เฉินยิ้มอ่อน ๆ พลางกล่าว: “พอแล้ว คำพูดประจบสอพลอพวกนั้นไม่ต้องพูดแล้ว คุณเตรียมสละตำแหน่งให้ลูกศิษย์ของคุณตอนไหน?”
หงฉางชิงกล่าว: “แน่นอนว่ายิ่งเร็วก็ยิ่งดี ดูว่าอาจารย์เย่ว่างเมื่อไรครับ”
เย่เฉินครุ่นคิดอยู่สักพัก กล่าว: “พรุ่งนี้ตอนเช้าแล้วกัน คุณนัดสถานที่มา”
หงฉางชิงกล่าว: “อาจารย์เย่ งั้นก็เป็นที่โรงแรมน้ำพุร้อนช็องเซลีแล้วกันนะครับ! ครั้งที่แล้วผมเลอะเลือน โชคไม่ดีไม่มีโอกาสเข้าไป ครั้งนี้หวังว่าคุณจะให้โอกาสผมสักครั้ง......”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...