“เตายา?!”
หงฉางชิงได้ยินคำถามของหลงซือฉี ก็ต้องชะงักไปในทันที
เขากล่าวในใจด้วยความสงสัย: “ซือฉีรู้เรื่องเตายาได้ยังไง? ตอนนั้นอาจารย์บอกไม่ใช่เหรอว่า ความลับนี้มีเพียงเจ้าสำนักที่รู้ หามบอกคนอื่นเป็นอันขาด?! ท่านบอกเรื่องนี่กับซือฉีได้ยังไง?”
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นขึ้นมา: “ซือฉี เตายาอะไรเธอฟังใครพูดเหรอ? ทำไมอาจารย์ไม่เห็นรู้เรื่อง?”
หลงซือฉีขมวดคิ้ว และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างโมโห: “อาจารย์คะ อาจารย์ปู่บอกกับฉันตั้งแต่แรกแล้ว ท่านบอกว่าเต๋าไท่เจินมีสมบัติประจำสำนักอยู่อย่างหนึ่ง เป็นเตายาที่มีผลอัศจรรย์ในการกลั่นยา! ท่านยังพอกอีกว่า มีเพียงเจ้าสำนักในอนาคตเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติสืบทอดสมบัติชิ้นนี้ได้ ในเมื่ออาจารย์ตัดสินใจถ่ายทอดตำแหน่งเจ้าสำนักให้ศิษย์ งั้นก็ควรมอบเตายาให้ศิษย์ด้วย ไม่อย่างนั้นในอนาคตศิษย์จะไปอธิบายกับอาจารย์ปู่ รวมทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักได้ยังไง?”
หงฉางชิงไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ก่อนอาจารย์คนนั้นของตนจะมอบเตายาให้ตัวเอง ยังได้กำชับนักหนา บอกกับตนเองว่าก่อนที่จะถ่ายทอดตำแหน่ง ห้ามบอกเรื่องเตายาให้คนอื่นรับรู้เป็นอันขาด แต่ไม่ทันไร ท่านกลับได้บอกเรื่องนี้กับหลงซือฉี
เขาอดไม่ได้ที่จะแอบกล่าวอยู่ในใจ: “อาจารย์นะอาจารย์ นี่ท่านเอ็นดูซือฉีมากเกินไป หรือไม่เชื่อใจผมเลย?”
จากนั้น เขาที่ประหม่าอย่างสุดขีด ได้แต่พูดตะกุกตะกัก: “ซือฉี เรื่องนี้เธอน่าจะจำผิดไป เต๋าไท่เจินไม่มีเตายาอะไรนั่นอยู่หรอก อาจารย์ท่านน่าจะล้อเล่นกับเธอน่ะ”
หลงซือฉีส่ายหน้ากล่าว: “เป็นไปไม่ได้ อาจารย์ปู่ได้บอกกับศิษย์อย่างชัดเจน เต๋าไท่เจินมีเตายาเช่นนี้อยู่จริง ๆ ท่านไม่มีทางที่จะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นอย่างแน่นอน!”
ดังนั้น เขาได้แต่สละชื่อเสียงของตัวเอง ต่อให้นับจากนี้ไปศิษย์ของเต๋าไท่เจิน ต่างรู้ว่าตอนเองได้ทำสมบัติที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของเต๋าไท่เจินหายไป ตนเองก็ได้แต่ยอมรับมัน
หลงซือฉีได้ฟังคำพูดของหงฉางชิงในเวลานี้ ภายในใจนั้นก็โมโหอย่างสุดขีด เธอคิดไม่ถึงว่า หงฉางชิงจะจงใจปิดเรื่องเตายาเอาไว้ไม่พูดถึง รอจนตนเป็นคนเอ่ยถามเขาเอง เขากลับยังเล่นตุกติกขึ้นมาอีก
หลงซือฉีอดไท่ได้ที่จะชักถามเขา: “อาจารย์ อะไรคือให้ถือว่าเต๋าไท่เจินไม่มีของสิ่งนั้นอยู่?”
หงฉางชิงกล่าวอย่างหน้าด้าน ๆ : “ก็คือนับจากนี้เป็นต้นไป ให้เธอลืมไปว่าเต๋าไท่เจินมีเตายาอยู่”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...