คิดมาถึงตรงนี้ หลงซือฉีก็รีบกล่าวขึ้นมาโดยเร็ว: “คุณเย่ ฉันไม่อยากคุยไร้สาระกับคุณ ขอแค่คุณขายเตายาให้ฉัน ฉันสามารถให้ค่าตอบแทนก้อนโตกับคุณได้ รับประกันได้ว่าคุณไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้าไปตลอดชีวิต!”
เย่เฉินยิ้มกล่าว: “คุณหลงลองเสนอราคามา ได้ ให้ผมดูหน่อยว่าเป็นเงินก้อนโตจริง ๆ หรือไม่”
หลงซือฉีมองดูเย่เฉินแวบหนึ่ง กล่าวด้วยใบหน้าที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง ฉันสามารถจ่ายให้คุณร้อยล้านดอลลาร์ได้ในทันที!”
ในสายตาของหลงซือฉี ร้อยล้านดอลลาร์ ไม่ว่าสำหรับใครก็ตาม ล้วนเป็นเงินก้อนโต สำหรับคนส่วนใหญ่ นับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่กล้าแม้แต่จะใฝ่ฝัน การเสนอราคานี้ของตน ถือว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความเต็มใจแล้ว
ทว่า หลังจากเย่เฉินได้ฟังการเสนอราคานี้ ก็เพียงแค่ยิ้มเรียบ ๆ แล้วกล่าวขึ้น: “คิดไม่ถึงว่าคุณหลงจะใจกว้างไม่เบา”
หลงซือฉีกล่าวด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก: “ราคาที่ฉันเสนอไปมีผลแค่ในตอนเช้าของวันนี้เท่านั้น ดังนั้นถ้าคุณเย่ต้องการตกลงในราคานี้ ก็รบกวนนำเตายาออกมาโดยเร็ว”
เย่เฉินโบกมือ ยิ้มกล่าว: “คุณหลง ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากได้เตายานี้ ล้วนต้องเริ่มต้นที่หมื่นล้านดอลลาร์ อีกอย่างที่ผมต้องมีการตรวจสอบเงินทุนก่อน ไม่มีเงินสดหมื่นล้านดอลลาร์ ก็อย่าได้เปิดปาก”
“คุณว่ายังไงนะ?!” หลงซือฉีชะงักไปทันที จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้นมา: “หนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์?! คุณเย่ คนคิดว่าเงินหามาได้ง่าย ๆ หรือยังไง? คุณรู้ไหมว่าหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์เป็นเงินเท่าไร?”
เย่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ผมรู้สิ ไม่ปิดบังคุณหลง หนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์เป็นเพียงราคาเริ่มต้นเท่านั้น คุณเอาเงินหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ออกมาก่อน เรื่องนี้พวกเราถึงจะสามารถคุยกันได้ ส่วนสุดท้ายจะตกลงกันได้ในราคาเท่าไรนั้น ไม่มีจำกัด”
ดังนั้น เธอจึงกล่าวกับเย่เฉิน: “คุณเย่ ทำยังไงคุณถึงจะยอมขายเตายานั่น?”
เย่เฉินเห็นว่าแม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าเขาสองปี แต่ดูเหมือนว่าไม่มีประสบการณ์ทางสังคมเลยสักนิด ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะสอนบทเรียนให้เธอสักหน่อย
จากนั้น เย่เฉินจงใจมองพิจารณาเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ้มกล่าว: “ผู้หญิงสวย ๆ อย่างคุณหลง ผมจะกล้าเอาเงินกับคุณได้ยังไง? ในเมื่อคุณชอบเตายานั่น งั้นก็เอามันไปเถอะ ผมจะไม่เอาเงินสักบาทเลยก็ได้ ขอเพียงคุณหลงจำเอาไว้ว่าได้เป็นหนี้บุญคุณผมอยู่อย่างหนึ่ง”
หลงซือฉีเห็นสายตาของเย่เฉินเต็มไปด้วยความยั่วยุกับเหยียดหยาม ก็เดาออกได้ว่าเขาจงใจที่จะแกล้งตัวเอง จึงอดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าเย็นชาลงหายส่วน กล่าวเสียงเข้ม: “ขอโทษนะคะอาจารย์เย่ ความหวังดีของคุณฉันรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่ฉันคนนี้น่ะ ไม่คิดติดหนี้บุญคุณใคร! คุณเสนอราคามาดีกว่าค่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...