เย่เฉินเดาออกตั้งแต่แรกแล้วว่าหลงซือฉีต้องพูดแบบนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงจงใจเบ้ปากกล่าว: “ปัดโธ่คุณหลง คำพูดนี้ของคุณมันจะเด็ดขาดเกินไปหน่อยไหม?”
หลงซือฉีกล่าวด้วยความหยิ่งยโส: “ฉันหลงซือฉีเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่พูดจาโอ้อวดอะไร!”
เย่เฉินยิ้มเจ้าเล่ห์ เอ่ยขึ้น: “พูดจาโอ้อวดหรือเปล่านั้น ผมแค่ลองดูก็รู้แล้ว”
หลงซือฉีขมวดคิ้ว: “คุณหมายความว่าไง?”
เย่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “คุณหลงลองยื่นมือออกมา ให้ผมดูลายมือให้”
“คนบ้าตัณหา!” หลงซือฉีกล่าวเสียงดุร้าย: “คิดไม่ถึงว่าคุณนอกจากจะกะล่อนแล้ว ความคิดยังสกปรกแบบนี้!”
เย่เฉินยิ้มอ่อน ๆ : “คุณหลงเข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ได้คิดจะเอาเปรียบอะไรคุณ ผมแค่อยากพิสูจน์ดูก็เท่านั้น คำพูดที่คุณบอกว่าคุณไม่เคยติดค้างบุญคุณใคร ตกลงแล้วเป็นการพูดจาโอ้อวดหรือไม่เท่านั้นเอง!”
หลงซือฉีทำเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชาหนึ่งครั้ง กัดฟันกล่าว: “ฉันหลงซือฉี! ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม! ล้วนจะไม่พูดจาโอ้อวด!”
เย่เฉินพยักหน้า: “งั้นคุณหลงยื่นมือออกมา เห็นผลได้ภายในหนึ่งวินาที”
หลงซือฉียื่นมือออกไปด้านหน้าเย่เฉินด้วยความโมโห กล่าวเสียงเย็นชา: “ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า แท้จริงแล้วคุณมีแผนการอะไรอยู่กันแน่!”
เย่เฉินยิ้มอ่อน ๆ ยื่นมือออกไปจับมือเรียวยาวที่อ่อนนุ่มของหลงซือฉีเอาไว้เบา ๆ กล่าวหยอกเย้า: “คุณหลงดูแลผิวได้ดีจริง ๆ พอจับมือแล้วให้ความรู้สึกนุ่มลื่น”
หลงซือฉีรู้สึกหงุดหงิดคิดถึงเอามือกลับมา แต่คิดไม่ถึงว่า ฝ่ามือที่ถูกเย่เฉินจับเอาไว้นั้นกลับขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
หลงซือฉีเห็นแดนสว่างชั้นสูงสุดเป็นเป้าหมายสุดท้ายของชีวิตนี้ เธอไม่นึกไม่ฝันเลยว่ามันจะกลายเป็นจริงได้ภายในพริบตาแบบนี้
ส่วนหงฉางชิงนั้นหวั่นสะพรึงอย่างสุดขีด เขารู้ว่าเย่เฉินแข็งแกร่งมาก แต่ไม่รู้ว่าเย่เฉินจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ไม่เพียงสามารถปิดผนึกเส้นลมปราณของตนเองได้ภายในพริบตา แถมยังสามารถเปิดเส้นลมปราณทั้งสามเส้นของหลงซือฉีได้พร้อมกันภายในชั่ววินาที!
หลงซือฉีผู้ไร้เดียงสา ในสมองเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและปีติยินดีที่จู่ ๆ ตนก็ได้กลายเป็นยอดฝีมือแดนสว่างชั้นสูงสุด ไม่มีเวลาไปคิดเลยว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทว่าในตอนนี้เอง เย่เฉินกลับได้ใช้ปราณทิพย์ผนึกเส้นลมปราณทั้งสามเส้นที่เขาช่วยเปิดให้เธอในเมื่อสักครู่ไว้ใหม่อีกครั้ง มองดูเธอพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ตายจริง ขอโทษด้วยนะครับคุณหลง เดิมทีผมอยากจะมอบโอกาสบางอย่างให้คุณจริง แต่ผมเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อกี้คุณได้พูดชัดเจนแล้วว่า คุณไม่เคยติดค้างใครมาก่อน! ผมจะทำให้คุณลำบากใจได้ยังไง?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...