พูดไป หงฉางชิงก็กล่าวต่อ: “แม้ว่ายอดฝีมือระดับสุดยอดของวิถีบู๊ก็สามารถส่งชี่แท้เข้าไปในร่างของคนอื่น ช่วยคนอื่นรักษาอาการบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งช่วยพวกเขาเพิ่มระดับผลการฝึกฝนได้เหมือนกัน แต่ก็ยังห่างไกลจากอาจารย์เย่ ที่สามารถช่วยเธอทะลวงเส้นชีพจรสามเส้นได้ภายในพริบตา ดูท่าแล้ว อาจารย์เย่น่าจะเป็นประเภทที่ฝึกฝนปราณทิพย์!”
หลงซือฉีกล่าวอย่างท้อใจ: “อาจารย์......ทำไมอาจารย์ไม่บอกศิษย์เร็วหน่อยล่ะคะ......ต่อให้แค่บอกกับศิษย์เพียงคร่าว ๆ ศิษย์ก็คงจะไม่ล่วงเกินคุณเย่ไปแบบนี้......”
ใบหน้าของหงฉางชิงเต็มไปด้วยความจนปัญญา กล่าวทอดถอนใจ: “ถึงยังไงอาจารย์ก็เป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักหนึ่ง หากไม่ถึงขั้นสุดจริง ๆ จะให้บอกกับคนอื่นว่า ตนเองจะอยู่เป็นวัวเป็นม้ารับใช้คนอื่นที่จินหลิงได้ยังไง? อาจารย์คิดว่า เรียกเธอมา แล้วถ่ายทอดตำแหน่งเจ้าสำนักให้เธอ อยู่ต่อหน้าอาจารย์เย่ ก็ถือว่าเป็นการแสดงท่าทีให้อาจารย์เย่ได้เห็นท่าทีของอาจารย์ จากนั้นเธอค่อยกลับไปเป็นผู้นำเต๋าไท่เจินที่อเมริกา ส่วนอาจารย์ก็จะอยู่รับใช้ที่ข้างกายของอาจารย์เย่......”
กล่าวมาถึงตรงนี้ เขาก็มองไปหาหลงซือฉี กล่าวด้วยความกลัดกลุ้มอย่างสุดขีด: “อาจารย์จะคิดถึงได้ล่ะว่า เธอจะโต้เถียงกับอาจารย์เย่ขึ้นมา......”
หลงซือฉีรู้สึกน้อยใจเล็กน้อย กล่าวน้ำตาคลอ: “อาจารย์......ท่านให้ศิษย์รับตำแหน่งเจ้าสำนัก แต่ไม่มอบเตายาให้กับศิษย์ ศิษย์ก็กลัวว่าบรรพบุรุษของเต๋าไท่เจินที่อยู่บนสรวงสวรรค์จะกล่าวโทษศิษย์นี่นา......”
กล่าวไป หลงซือฉีก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้และไหลลงมา สะอื้นอยู่ไม่หยุด: “ศิษย์เข้าเต๋าไท่เจินตั้งตาอายุแปดขวบ......เห็นเต๋าไท่เจินเป็นเหมือนบ้านไปนานแล้ว ได้ให้คำสัญญาอย่างลับ ๆ ต่อหน้ารูปวาดของอาจารย์บรรพบุรุษตั้งแต่เด็ก ในอนาคตจะต้องพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อนำพาเต๋าไท่เจินเดินสู่ความรุ่งโรจน์......อาจารย์ปู่ได้บอกศิษย์ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว ท่านบอกว่าเต๋าไท่เจินมีสมบัติประจำสำนักอยู่ เป็นเตายาที่สามารถกลั่นยาให้มีประสิทธิผลเป็นสองเท่าตัว วันนี้อาจารย์จะถ่ายทอดตำแหน่งให้ศิษย์ กลับไม่พูดถึงเตายาเลย แล้วจะให้ศิษย์รับมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาได้ยังไง......”
ดังนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำ: “อาจารย์นี่นะ พูดอีกอย่างแล้วทำอีกอย่าง ตอนที่ท่านมอบเตายาให้ฉัน ก็กำชับกับฉันอย่างเอาจริงเอาจังว่า ห้ามบอกเรื่องประสิทธิภาพของเตายากับใครเด็ดขาด เพื่อป้องกันการนำปัญหามาให้ตัวเองและเต๋าไท่เจิน แต่คิดไม่ถึงว่า ท่านจะบอกเรื่องนี้กับเธอไปตั้งนานแล้ว......”
หลงซือฉีสะอื้นกล่าว: “อาจารย์เองก็พูดอีกอย่างทำอีกอย่างทำอีกอย่างเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ? อาจารย์ปู่บอกท่านว่าห้ามบอกคนอื่น ท่านกลับมอบเตายาให้คนอื่นไปเสียอย่างนั้น หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ปู่ได้บอกศิษย์เอาไว้ล่วงหน้า ศิษย์ก็คงรู้ว่าเต๋าไท่เจินมีสมบัติแบบนี้อยู่......ถ้าเป็นแบบนั้น เกรงว่าคงถูกอาจารย์กลบเกลื่อนไปได้แน่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...