“อะไรนะคะ?!” หลงซือฉีตะลึงอย่างสุดขีด กล่าวออกมาพลางถลึงตากลมโต: “อาจารย์ มันเป็นความจริงเหรอคะ? บอกไม่ใช่เหรอว่า สำนักส่วนใหญ่บนโลกล้วนไม่มีวิชาบู๊ที่สมบูรณ์แบบ? เต๋าไท่เจินของเราเป็นหนึ่งในไม่กี่สำนักที่มีวิชาบู๊ซึ่งสมบูรณ์แบบ......”
“สมบูรณ์แบบอะไรกันล่ะ!” หงฉางชิงกล่าวเย้ยหยัน: “พวกเราเป็นแค่กบในกะลา นั่งมองท้องฟ้าในบ่อเท่านั้นเอง ที่พวกเราคิดว่าสมบูรณ์แบบเป็นแค่ท้องฟ้าซึ่งอยู่เหนือศีรษะของพวกเราเท่านั้น พวกเราเป็นมันเป็นวงกลม มีขอบเขตที่ชัดเจน เลยนึกว่ามันสมบูรณ์แบบ ความจริงแล้วมันเป็นเพียงหนึ่งในพันล้าน ที่ไม่คู่ควรแก่การพูดถึงของจักรวาลอันกว้างใหญ่เท่านั้นเอง”
หลงซือฉีชะงักไปพักใหญ่ เอ่ยถามขึ้น: “อาจารย์คะ เรื่องนี่ก็เป็นคุณเย่คนนั้นที่บอกอาจารย์เหรอคะ?”
“ใช่!” หงฉางชิงกล่าวอย่างจริงจัง: “ถึงแม้อาจารย์เย่จะไม่พูดอย่างชัดเจน แต่ก็ได้แสดงออกในความหมายอย่างชัดเจนแล้ว เขาต้องมี《จิตกลียุคเต๋าไท่เจิน》ฉบับสมบูรณ์อยู่ในเมื่ออย่างแน่นอน เดิมที อาจารย์เย่เห็นว่าฉันมีโอกาสที่จะได้รับส่วนที่สองของ《จิตกลียุคเต๋าไท่เจิน》 เพียงแค่ว่าตอนนั้นตัวฉันเองมีความคิดไม่บริสุทธิ์ จึงทำให้พออาจารย์เย่มอบโอสถให้ฉันหนึ่งเม็ด ต้องการให้ฉันทำงานให้กับเขา แต่ฉันกลับคิดจะหนีกลับอเมริกาเพื่อเป็นเจ้าสำนักเต๋าไท่เจินต่อ......”
พูดมาถึงตรงนี้ หงฉางชิงก็กล่าวอย่างหงุดหงิดโมโหถึงที่สุด: “บอกตามตรงนะซือฉี อาจารย์ในตอนนี้ รู้สึกเสียใจภายหลังเอามาก ๆ เลยล่ะ ตอนที่เธอยังไม่มา ไม่รู้ว่าอาจารย์ตบหน้าตัวเองไปกี่หน้าแล้ว น่าเสียดายจริง ๆ ความผิดพลาดครั้งใหญ่มันได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นสิ่งเดียวที่อาจารย์ทำได้ มีเพียงพยายามชดเชยอย่างเต็มที่”
หัวใจของหลงซือฉีเต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอกล่าว: “อาจารย์......หากได้รับเนื้อหาส่วนที่เหลือของ《จิตกลียุคเต๋าไท่เจิน》มา เช่นนั้นฝีมือของศิษย์ทั่วสำนักเต๋าไท่เจินก็จะรุดหน้าอย่างรวดเร็ว! ไม่แน่ว่าในอนาคต เต๋าไท่เจินอาจให้กำเนิดยอดฝีมือแดนมืดขึ้นมาจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งยอดฝีมือแดนมิติก็เป็นได้!”
หงฉางชิงกล่าวอย่างจริงจัง: “นับจากนี้เป็นต้นไป เธอสามารถบอกว่าฉันเป็นคนบาปของเต๋าไท่เจินหรือจะบอกว่าเป็นคนบาปตลอดกาลก็ได้ แต่เธอจะบอกว่าคนเป็นคนของเต๋าไท่เจินไม่ได้ เธอสามารถเข้าใจว่าฉันเป็นคนที่นำความเสียหายใหญ่หลวงมาให้บริษัท หรือไม่ก็ CEO ที่บริหารบริษัทจนต้องเผชิญกับความล้มละลาย ถึงแม้ฉันจะได้ทำผิดต่อบริษัทนี้จริง ๆ แต่ตอนนี้ฉันได้ลาออกแล้ว”
หลงซือฉีมองหงฉางชิงด้วยความตกตะลึง กล่าวขึ้นทันที: “อาจารย์! เต๋าไท่เจินเลี้ยงดูฝึกฝนท่านมาเป็นเวลาหลายปี ตอนนี้ท่านกลับเริ่มลืมกำพืดแล้วงั้นเหรอคะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...