เฉินจื๋อข่ายถอนหายใจด้วยความโล่งอก และพูดอย่างตื่นเต้นว่า“พี่ห้าพูดถูก!พอได้ยินพี่พูดแบบนี้ ฉันก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเลย !”
หงห้ายิ้มและพูดว่า“นายไปเตรียมตัวก่อน หากมีอะไรฉันจะรีบแจ้งกลับไปทันที !”
เฉินจื๋อข่ายรีบพูดขึ้นว่า“พี่ห้า หรือวันนี้น้องอย่างผมทำอาหาร แล้วเราสองคนมานั่งดื่มกินกัน!”
หงห้ากล่าว“ฉันคงยังปลีกตัวไปไหนไม่ได้ในตอนนี้ งานดูแลสนับสนุนของทางนี้ฉันเป็นคนรับผิดชอบ ตามหลักแล้ว ฉันต้องประจำการอยู่ที่นี่ตลอด 24 ชั่วโมง”
พูดจบ หงห้าก็พูดต่อ “เอาแบบนี้ไหม หลังจากที่เริ่มเข้าเรียนอย่างเป็นทางการ เราค่อยหาโอกาสมาดื่มกันที่ช็องเซลีเซียน ถึงตอนนั้นต้องมีเวลาว่างแน่นอน ”
“ได้!”เฉินจื๋อข่ายพูดด้วยรอยยิ้ม“งั้นก็ตามนี้แล้วกัน!”
……
ในตอนนี้เอง เย่เฉินกำลังขับรถมุ่งตรงไปยังเมืองจินหลิง
ครั้งนี้ให้หงฉางชิงมาอยู่ที่เมืองจินหลิงเพื่อช่วยตัวเองฝึกฝนนักบู๊ที่เก่งกาจ สำหรับเย่เฉินแล้วมันมีความสำคัญอย่างมาก
ตัวเขาเองไม่เคยฝึกฝนวิถีบู๊มาก่อน อยากจะฝึกฝนนักบู๊ที่เก่งกาจนั้น นอกจากให้โอสถ กับพลังภายในแล้ว ก็ไม่สามารถจะใช้ความพิเศษที่วิถีบู๊มีมาปรับระดับความสามารถของวิถีบู๊ตามเข้าใจโดยแท้ได้
ตั้งแต่ที่ได้《ตำราเก้าเสวียนเทียน》มา จนตอนนี้ เย่เฉินก็ได้สอนพริกขี้หนูฉินเอ้าเสวี่ยนไปแค่ครึ่งกระบวนท่าเท่านั้น แต่เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์อะไร ดังนั้นก็จึงสอนเธอไปแค่เพียงผิวเผินเล็กน้อยเท่านั้น
ครั้งนี้ เย่เฉินตั้งใจจะเอาจุดแข็งเพิ่มจุดอ่อน ให้หงฉางชิงรับผิดชอบวางรากฐานทางทฤษฎีที่มั่นคงให้กับผู้เข้าเรียนในอนาคต ส่วนตัวเองก็คอยให้การสนับสนุนในเรื่องของโอสถกับพวกเขา เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งจากภายในสู่ภายนอกให้กับพวกเขา
ดังนั้น เย่เฉินก็รู้ดี สิ่งนี้สำหรับนักบู๊แล้ว เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ เธอก็เคยใช้ยาอายุวัฒนะมาก่อน มีรากฐานที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว เพียงแค่สิ่งที่เธอฝึกฝนมาอยู่ตลอดนั้น ไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้โบราณของหัวเซี่ย แต่เป็นวิถีบู๊ของญี่ปุ่น ดังนั้นจึงยังไม่ได้ฝึกวิธีการเปิดเส้นลมปราณ แต่เมื่อเธอรู้วิธีการเปิดเส้นลมปราณแล้ว เชื่อว่าก็น่าจะอยู่ในขั้นนักบู๊สามดาวได้เช่นกัน
นอกจากความรู้สึกพิเศษที่มีต่อนานาโกะแล้ว เย่เฉินก็ตัดสินใจว่า ระหว่างทางกลับนั้นจะแวะไปบ้านใหม่ที่ Tomson Riviera ของอิโตะนานาโกะ และจะบอกเรื่องนี้กับเธอด้วยตัวเอง ดูว่าเธอมีความสนใจหรือเปล่า
เหตุผลที่มีความคิดนี้ขึ้นมา นั้นก็เพราะผลประโยชน์ที่เห็นแก่ตัวภายในของเย่เฉินเอง
เขาไม่รู้ว่านานาโกะจะอยู่เมืองจินหลิงนานแค่ไหน หากให้เธอเข้ามาร่วมด้วย อย่างนั้นแล้วเธอก็จะต้องอยู่ที่เมืองจินหลิงอีกสักระยะหนึ่ง ……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...