ซูรั่วหลีเข้าใจในความหมายของเย่เฉิน
แม้นักบู๊แปดดาวจะเป็นอะไรที่ยากเย็นอยู่แล้ว แต่ก็เป็นเพียงจุดจอดรถไฟสายด่วนสั้นๆของเย่เฉินเท่านั้น ตัวเองโชคดีที่ได้ขึ้นขบวนรถไฟนี้ ไม่มีเวลามากพอที่จะชื่นชมทิวทัศน์ของสถานีนี้ เพราะรถไฟจะขับไปยังสถานนี้ต่อไปในอีกไม่ช้า
และสถานีต่อไปของตัวเอง ก็คือแดนสว่างชั้นสูงสุด!
ซูรั่วหลีรู้ คำพูดขอบคุณมากมาย สำหรับความเมตตาที่เย่เฉินมีให้ตัวเองนั้น พูดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นเธอจึงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง สองมือกำกันแน่น พูดด้วยสายตาที่แน่วแน่ว่า“คุณเย่ รั่วหลีจะพยายามอย่างเต็มที่!”
เย่เฉินพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้ม
ส่วนเหอหงเซิ่งที่อยู่ข้างๆ ขอบตาก็แดงเรื่อไปแล้วด้วยความตื้นตันใจ
เขาเข้าใจความหมายในคำพูดของเย่เฉิน รู้ว่าการฝึกฝนของซูรั่วหลีนั้นยังสามารถจะพัฒนาต่อไปได้อีก และซูรั่วหลีในตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่ หากมีเย่เฉินคอยสนับสนุน ไม่นาน เกรงว่าคงสามารถจะเข้าสู่แดนมืดที่บรรพบุรุษของตระกูลเหอเองกว่าหลายร้อยปีก็ยังไม่กล้าที่จะวาดหวังได้ !
ในอดีต สำหรับนักบู๊อย่างเหอหงเซิ่งแล้ว แดนมืดเป็นแดนที่ได้แค่ฝันแต่ไม่สามารถจะบรรลุได้
แม้วิถีบู๊จะยังมีแดนมิติและแดนปรมาจารย์ แต่ในการรับรู้ของเขา ทั้งสองแดนนี้ไม่ใช่แดนสูงสุดที่มนุษย์เราจะสามารถบรรลุได้ เข้าสู่แดนมืดได้ ก็เป็นที่สุดของวิถีบู๊แล้ว และยังเป็นจุดสูงสุดที่ยากจะเข้าถึงได้ด้วย
แต่ทว่าในตอนนี้ ซูรั่วหลีกลับมาถึงที่หน้าประตูของแดนมืดนี้
……
วันถัดไป เหล่าทหารของสำนักว่านหลงจากทั่วทุกสารทิศ ก็ทยอยกันมาถึงยังที่หมาย
พวกเขาบางส่วนบินตรงจากประเทศรอบๆมายังเมืองจินหลิง และมีบางส่วนเลือกที่จะลงในเมืองใกล้ๆ จากนั้นก็ใช้การขนส่งอื่นเพื่อมาถึงที่เมืองจินหลิง
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ตัวเองจะตามหาตัวเย่เฉินเจอแล้วฆ่าทิ้ง สำหรับองค์กรพั่วชิงก็ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่อะไร แต่กับหลินหว่านเอ๋อร์นั้นแตกต่างออกไป หลินหว่านเอ๋อร์สำหรับผู้มีพระคุณแล้วสลักสำคัญยิ่งกว่า ขอแค่จับตัวได้ ก็ย่อมต้องเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่หากสามารถจะหาแหวนวงนั้นเจอด้วย ผู้มีพระคุณจะต้องมีรางวัลอย่างงามให้แน่นอน
ดังนั้น ตามหาเย่เฉิน ไม่มีประโยชน์เท่าตามหาตัวหลินหว่านเอ๋อร์กับแหวนวงนั้นของเธอ
และเพราะเหตุนี้ ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งก็จึงไม่เร่งรีบเดินทางไปเมืองจินหลิง
เขากำหนดเวลาให้ตัวเอง หากภายในวันที่หนึ่งเดือนเก้ายังตามหาหลินหว่านเอ๋อร์ที่เย่นจิงไม่พบ งั้นตัวเองก็จะมุ่งหน้าเดินทางไปเมืองจินหลิง ไปตามหาเย่เฉินที่เมืองจินหลิง
หงห้าในวันนี้ ได้อยู่ที่ช็องเซลีเซียนสปาแล้ว รับหน้าที่เป็นสำนักงานฝ่ายทะเบียน
เพื่อต้อนรับบุคคลผู้มาใหม่นี้ หงห้าได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี เขาไม่เพียงได้เตรียมของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันให้ ยังเตรียมชุดฝึกสำหรับทุกคนและอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆให้ด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...