คำพูดของหลงซือฉี ทำเอาหงฉางชิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
อันที่จริงหงฉางชิงเองก็รู้ดี ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ตัวเองทำงานอย่างหนักเพื่อเต๋าไท่เจินมาโดยตลอด ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกาย แต่จะให้ทิ้งเตายาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมานั้น ตัวเองก็ทิ้งมันไม่ลง
เพราะมันเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมานับพันปี เป็นสมบัติล้ำค่าที่ตกทอดมาแล้วถึงสามสิบเก้ารุ่น หากมันจะหายไปอย่างเงียบๆเลยก็คงจะดี ถึงแม้ภายในใจของตัวเองนั้นจะรู้สึกแย่อยู่บ้าง แต่หากเวลาล่วงเลยไป ก็คงจะค่อยๆปล่อยวางมันลงได้เอง
แต่ว่า โชคร้ายตรงที่ศิษย์เอกของเขาคนนี้ รู้เรื่องของเตายานี้อยู่ก่อนแล้ว หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจริงๆ ตัวเองก็คงต้องเป็นคนบาปที่ถูกสาปของสำนักแล้ว
ดังนั้น หลงซือฉีจึงไม่คิดที่จะรับความผิดนี้แทนหงฉางชิง และภายในใจของเขาก็เข้าใจถึงมันได้
เพียงแค่ว่า เรื่องราวในตอนนี้นั้นมันยุ่งยากเกินไปสำหรับเขา หลงซือฉีปฏิเสธการเป็นหัวหน้าสำนักคนที่สี่สิบ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลย ว่าในสายตาของคนกว่าสองร้อยคนในเต๋าไท่เจินนี้ตัวเองนั้นก็ยังคงเป็นหัวหน้าสำนักอยู่
และการฝึกอบรมของทางฝั่งเย่เฉินนี้ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น หลงซือฉีเองก็ได้พาลูกศิษย์ของเต๋าไท่เจินกว่าสองร้อยคนเดินทางมาที่เมืองจินหลิง ตัวเองจะมีเวลาที่ไหนกัน?
ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เรื่องนี้ ตัวเองจะพูดอธิบายกับเย่เฉินยังไง?
หงฉางชิงที่กลัดกลุ้มใจอย่างที่สุด อดไม่ได้ที่จะพูดตำหนิ“ซือฉี เจ้ากับข้าอาจารย์กับศิษย์สองคนมาทวนเรื่องนี้กันหน่อย เมื่อครู่เจ้าบอกว่าไม่ต้องการจะเป็นหัวหน้าสำนัก เหตุผลก็สมเหตุสมผล ในฐานะอาจารย์ก็เข้าใจได้ แต่ในเมื่อเจ้าไม่อยากจะเป็นหัวหน้าสำนัก และทำไมเจ้าไม่บอกอาจารย์ตรงๆ?เจ้าไม่เพียงไม่บอกอาจารย์ ภายใต้การไม่ได้รับความยินยอมจากอาจารย์ ยังใช้ชื่อของอาจารย์ นำพาเต๋าไท่เจินทั้งหมดมาที่เมืองจินหลิง แบบนี้มันไม่เหมาะสมหรือเปล่า ?”
หงฉางชิงถอนหายใจแล้วกล่าว“เรื่องนี้จะว่าไปแล้ว มันผิดตั้งแต่แรกเริ่ม ”
พูดจบ หงฉางชิงก็พูดด้วยสีหน้าที่ละอายใจเล็กน้อยว่า“ก่อนหน้านั้นอาจารย์เคยได้บอกกับเจ้า ที่ยอมแพ้ให้เตายานั้นไป นั้นก็เพราะอาจารย์เองมีเจตนาที่ไม่ดี แต่มันก็ยังมีอีกเรื่องที่ซ่อนอยู่ในนั้น ที่อาจารย์ไม่ได้บอกกับเจ้า……”
หลงซือฉีเอ่ยถาม “เรื่องอะไรเหรอ?”
หงฉางชิงก้มหน้าลง แล้วพูดอย่างเศร้าสร้อย“ในตอนแรกอาจารย์เย่มีประสงค์จะให้อาจารย์เข้าร่วมกับพวกเขา คอยติดตามพวกเขา และอาจารย์เย่เองก็ยังได้แสดงความจริงใจโดยการให้โอสถเม็ดหนึ่งกับอาจารย์ เพื่อให้ผลการฝึกฝนของอาจารย์ได้บรรลุถึงแดนสว่างชั้นสูงสุด……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...