หลงซือฉีรีบตอบกลับ“คุณเย่ อาจารย์ท่านแก่แล้วต่อหน้คุณยังแทนตัวเองว่าผม ฉันเป็นศิษย์สายตรงของเขา ต่อหน้าคุณเป็นผู้น้อยนั้นถูกต้องแล้ว ……”
เย่เฉินยกยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดติดตลก“เจอกันครั้งนี้ ดูเหมือนคุณหลงจะสุภาพกว่าครั้งก่อนมาก”
หลงซือฉีพูดอย่างขัดเขิน“ครั้งก่อนผู้น้อยเสียมารยาท ขอได้โปรดคุณเย่อย่าถือสา……”
เย่เฉินพยักหน้ารับ และพูดอย่างสบายๆว่า“ได้ยินว่าคุณหลงได้พาคนทั้งหมดของเต๋าไท่เจินมาที่เมืองจินหลิงแล้ว ?”
“ใช่ค่ะ……”หลงซือฉีพูดอย่างเคารพ“คุณเย่ คนของเต๋าไท่เจินทั้งหมดสองร้อยสิบเจ็ดคน วันนี้ได้มาถึงที่เมืองจินหลิงทั้งหมดแล้ว……”
พูดจบ หลงซือฉีก็ไม่ปิดบัง พูดตรงเข้าประเด็น“คุณเย่ ที่ผู้น้อยมาเมืองจินหลิงในครั้งนี้ อยากจะขอร้องคุณเห็นแก่อาจารย์ผู้เฒ่าชรา รับเต๋าไท่เจินเข้าร่วมสำนักด้วย……”
เย่เฉินถามด้วยความสงสัย“ทำไมต้องเห็นแก่คนเป็นอาจารย์?เขาได้ส่งมอบตำแหน่งหัวหน้าสำนักให้คุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
หลงซือฉีพูดโพล่งออกมาอย่างไม่ต้องคิด“เรียนคุณเย่ ผู้น้อยกลับไปแล้วได้ขบคิดเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ ไม่ว่ายังไงก็รับตำแหน่งหัวหน้าสำนักเต๋าไท่เจินนี้ไม่ได้ ดังนั้นก็จึงสละสิทธิ์นี้ด้วยตัวเองแล้ว”
“สละสิทธิ์แล้ว?”ใบหน้าเย่เฉินประหลาดใจ จ้องมองหลงซือฉี แล้วหันมองหงฉางชิงที่ใบหน้ากลัดกลุ้ม เอ่ยถามอย่างสงสัย“มันสละสิทธิ์ได้ด้วยเหรอ?พวกคุณได้ผ่านขั้นตอนการส่งมอบตำแหน่งกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”
หงฉางชิงที่อยู่ข้างๆพูดอย่างจนใจ“อาจารย์เย่ เดิมทีผมคิดว่าส่งมอบตำแหน่งให้หลงซือฉีแล้ว ก็สามารถทำงานรับใช้ท่านได้อย่างสบายใจ แต่ผมไม่รู้จริงๆว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ช่างเป็นความโชคร้ายของสำนักจริงๆ……”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาทอดถอนใจไปทีหนึ่ง แล้วกล่าว“สิ่งสำคัญคือตอนที่ส่งมอบตำแหน่งในตอนนั้น ผมเองก็เพราะเชื่อใจในตัวซือฉี ไม่คิดจะทิ้งหลักฐานอะไรไว้ให้ มาตอนนี้เจ้าซือฉีจู่ๆก็กลับมารู้สึกเสียใจ ทำเอาผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดี……”
เย่เฉินยกยิ้ม แล้วมองไปยังหลงซือฉี เอ่ยถามเธอ“ในเมื่อคุณหลงไม่คิดจะรับตำแหน่งหัวหน้าสำนัก แล้วทำไมถึงยังโยกย้ายเต๋าไท่เจินทั้งหมดมาที่เมืองจินหลิงตามแต่ใจตัวเองแบบนี้ด้วยล่ะ ?”
ท่าทีหลงซือฉีแข็งค้างไป แล้วรีบพูดตอบกลับ“เรียนคุณเย่ ผู้น้อยรู้ว่าคุณมีพลังอภินิหาร หลายปีมานี้เต๋าไท่เจินไม่มีการพัฒนาที่ก้าวหน้ามากนัก ผู้น้อยหวังเพียงว่า ภายใต้การช่วยเหลือของคุณเต๋าไท่เจินจะก้าวไปอีกขั้นหนึ่งได้ ดังนั้นก็จึงโยกย้ายเต๋าไท่เจินมาตามอำเภอใจ……หากคุณยินยอมรับเต๋าไท่เจินเข้าร่วมด้วย เต๋าไท่เจินของเราทุกคนจะต้องจดจำพระคุณนี้ของคุณอย่างแน่นอน และในภายภาคหน้าอาจได้มีโอกาสรับใช้คุณ !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...