เมื่อใช้กับคนทั่วไปฤทธิ์ยาอายุวัฒนะนั้นรุนแรงมาก แม้ว่าจะมอบยาอายุวัฒนะให้ครอบครัวแค่เม็ดเดียวมันเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาแต่ละคนรู้สึกว่าร่างกายของพวกเขาดีขึ้น
นอกจากนี้เย่เฉินยังใช้พลังปราณทิพย์บางส่วนขณะสร้างค่ายกล ตอนนั้นนั้นเมื่อพลังงานปราณทิพย์จะช่วยเสริมพลังยายาอายุวัฒนะและผลโดยรวมของมันจะแข็งแกร่งกว่ายาอายุวัฒนะเม็ดเดียว
แต่เย่เฉินไม่ต้องการให้ครอบครัวของยายสังเกตเห็นความผิดปกติ ดังนั้นเขาจึงตั้งใจใช้ค่ายกลนี้เพื่อช่วยเสริมสร้าง โดยใช้พลังปราณทิพย์ควบคุมการปลดปล่อยพลังยาอายุวัฒนะอย่างช้าๆ
ด้วยวิธีนี้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่จะได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังงานปราณทิพย์อ่อนๆและฤทธิ์ทางยาทุกวัน แค่ได้รับต่อเนื่องกันเพียงสองสามวัน มันจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก หากพวกเขาได้รับนานขึ้น โรคที่รักษายากๆก็จะดีขึ้นอยากมาก
ค่ายกลนี้จะต้องต่อเนื่องอย่างน้อย1-2 เดือน หากตายายอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาจะรู้สึกดีมากขึ้นในการใช้ชีวิตที่นี่และร่างกายของพวกเขาก็จะค่อยๆดีขึ้น
นี่คือสิ่งที่ผู้คนมักจะพูดกัน ทุกสรรพสิ่งหล่อเลี้ยงด้วยความเงียบงัน
หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องทั้งหมดนี้ เย่เฉินลาหงฉางชิงและหลงซือฉีอาจารย์และลูกศิษย์ทั้งสองและจากไป
ก่อนออกไปเย่เฉินย้ำหงฉางชิง ว่า: "อาจารย์หงคนเต๋าไท่เจินทั้งหมดของท่านมาที่จินหลิงพอดี เมื่อตากับยายของผมมาถึง คุณให้คุณหลงเลือกยอดฝีมือสองสามคนจากเต๋าไท่เจินมาช่วยผมดูแลความปลอดภัยของพวกเขาที่นี่"
หงฉางชิงพูดโดยไม่ลังเล: "อาจารย์เย่ไม่ต้องกังวล ผมสั่งซือฉีให้เรียบร้อย"
"ดี" เย่เฉินพยักหน้าก่อนจะขึ้นรถเขาพูดว่า: "หากมีข่าวเรื่องยายของผมมาถึงจินหลิง แจ้งผมทันที"
หงฉางชิงรีบพูดว่า "รับทราบอาจารย์เย่"
พูดจบหงฉางชิงก็รีบตามไปและถามด้วยความเคารพ: "อาจารย์เย่ ชั้นเรียนช็องเซลีจะเริ่มเรียนพรุ่งนี้เวลาแปดโมงเช้า ท่านจะมาพูดอะไรกับทุกคนหน่อยไหม"
โรงอาหารของนักเรียนให้บริการอาหารเช้าตั้งแต่หกโมงเช้าจนถึงเจ็ดโมงครึ่ง
หลังจากนักเรียนทานอาหารเสร็จแล้วจะต้องไปถึงห้องซ้อมตรงเวลา7.40 น.
เดิมทีที่นี่เป็นห้องประชุมสำหรับลูกค้าแบบกลุ่มของโรงแรมน้ำพุร้อนช็องเซลี สามารถรองรับคนจัดการประชุมได้หลายร้อยคนพร้อมกัน แต่ตอนนี้มันถูกเคลียให้ว่างและกลายเป็นห้องโถงหลักสำหรับการฝึกวิธีบู๊ในครั้งนี้
ในห้องโถงฝึกอบรม โต๊ะประชุมข้างหน้าที่เดิมมีพื้นที่มากกว่าร้อยตารางเมตรได้ถูกรื้อออกและแทนที่ด้วยสนามหมวยขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่เท่าเดิม
ต่อไปที่นี่จะเป็นสถานที่หลักสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักเรียนและเป็นสถานที่ที่เรียนรู้วิถีบู๊จากอาจารย์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...