พูดถึงตรงนี้ หลี่ญ่าหลินก็พูดเสริมออกมาอีกว่า “ใช่แล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่ง คืออาจจะมีคนที่คอยจัดเตรียมและช่วยเหลือเขาอยู่เบื้องหลัง ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ”
นายหญิงใหญ่เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยปากถามออกมา “คุณคงเคยเจอคดีคล้าย ๆ กันมาก่อนใช่ไหม? ภายใต้การจัดการของคุณ หากครอบครัวของเด็กตายไป ไม่ทราบที่อยู่แน่ชัดของเด็กคนนั้น สุดท้ายแล้วเด็กคนนี้จะไปลงเอยที่ไหน?”
หลี่ญ่าหลินครุ่นคิด พูดออกไปตามความเป็นจริง “คุณป้าครับ พูดตามตรง จริงอยู่ว่าผมเคยทำคดีที่คล้ายกันมาหลายคดี และเด็กส่วนมากก็โชคดี หลังจากที่หลบซ่อนตัวอยู่พักหนึ่ง ญาติคนอื่นของพวกเขาก็มารับและดูแลเขาต่อไป ตัวอย่างเช่นคุณปู่ คุณย่า คุณลุง คุณป้า ปกติแล้วจะไม่ทิ้งระยะเวลาหรือหายไปนานขนาดนี้”
“ส่วนคดีที่เด็กหายไปเป็นเวลานาน ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เด็กที่รอดชีวิตมาได้เหล่านั้นกลายเป็นคนจรจัด นอนตามตึกร้างหรือใต้สะพานลอย ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ในช่วงเวลากลางวันจะเอาชีวิตรอดโดยการลักขโมย หรือไม่ก็ไปตามสถานที่แจกอาหารบรรเทา บางคนถึงกับรวมกลุ่มกันเสพยา และส่วนมากก็มีอายุได้ไม่เกิน 20 ปี และหลังจากที่ตายไป ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอน เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ จากนั้นนำไปเก็บในฐานข้อมูลดีเอ็นเอ เพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับครอบครัวของเขา ซึ่งที่ผ่านมามีเด็กเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รอดพ้นจากคดีฆาตกรรม”
นายหญิงใหญ่อานใจลอย จากนั้นก็พูดออกมาด้วยเสียงต่ำ “หลังจากเฉิงซีและฉางอิงประสบอุบัติเหตุ เฉินเอ๋อไม่เคยติดต่อใครกลับมา ไม่ได้ติดต่อตระกูลอาน และไม่ได้ติดต่อตระกูลเย่ แต่เฉินเอ๋อเป็นเด็กฉลาด ตอนนั้นเขาก็อายุได้แปดขวบแล้ว เขาจะต้องจำวิธีการติดต่อมายังตระกูลเย่และตระกูลอานได้อย่างแน่นอน หากเขาคิดจะติดต่อพวกเรากลับมา ก็มีวิธีการมากมายที่เขาสามารถทำได้ แต่เขากลับไม่เคยคิดจะทำเช่นนั้น......”
ระหว่างพูด นายหญิงใหญ่ถอนหายใจ พึมพำออกมาว่า “ฉันคิดว่า เขาอาจจะโกรธแค้นตระกูลของพวกเราจากเหตุการณ์ที่ทำให้พ่อแม่ของเขาต้องเสียชีวิต ”
หลี่ญ่าหลินพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “เรื่องนี้......ผมไม่เข้าใจว่าความจริงเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงไม่สามารถยืนยันได้”
“ใช่” นายหญิงใหญ่พยักหน้า “ตอนนั้นฉันเองก็รู้สึกอย่างนั้น แต่ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว ตอนนี้ลองคิดดูให้ดี หากคนใดในหมู่ของพวกเขาโกหก พวกเราก็ไม่มีทางตรวจสอบได้”
อานโฉงชิวถามออกมาว่า “อย่างนั้นลองเรียกพวกเขามาถามอีกครั้งดีไหม?”
“ต้องถาม” นายหญิงใหญ่กล่าวออกมาอย่างมุ่งมั่น “ครั้งนี้ ฉันจะต้องหาเฉินเอ๋อให้พบ หากไม่อยู่ในเมืองจินหลิง ฉันจะพลิกทั้งแผ่นดินเพื่อตามหาเขา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...