เมื่อเห็นคนชราทั้งสองลงมา ทั้งสองรีบลุกขึ้นยืนและกล่าวสวัสดี อานโฉงชิวถามออกมาด้วยความเป็นห่วง “พ่อ แม่ เมื่อคืนพวกท่านหลับสบายดีไหม?”
ใบหน้าของนายหญิงใหญ่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “หลับสนิทมาก และฉันก็มีข่าวดีมาบอกกับพวกคุณ พ่อของคุณจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้ด้วย!”
“จริงเหรอครับ? !” อานโฉงชิวตกใจจนแป้งทอดหล่นจากมือ เขามองไปที่พ่อของเขาด้วยใบหน้าที่กลายเป็นสีแดง จากนั้นถามออกมาว่า “พ่อ พ่อจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้แล้วเหรอครับ? !”
พ่อของเขาตอบกลับมาว่า “จำได้ส่วนหนึ่ง......ตั้งแต่เครื่องบนลงจอดจนมาถึงที่นี่ ฉันจำได้อย่างชัดเจน แต่ก่อนหน้านั้นก็จำไม่ค่อยได้”
อานโฉงชิวรีบพูดออกมา “เมื่อสักครู่ผมพูดกับญ่าหลิน สถานที่แห่งนี้ราวกับเป็นสถานที่แห่งฮวงจุ้ย หลังจากได้นอนหลับไปหนึ่งคืนนี้ รู้สึกว่าร่างกายเต็มไปด้วยพลัง ผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก เขาบอกว่าเขาเองก็รู้สึกเหมือนกัน ตอนแรกผมคิดว่าเป็นเพียงสิ่งที่พวกเราสองคนคิดกันไปเอง คิดไม่ถึงว่าพ่อกับแม่เองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน! และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คือ คุณพ่อจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้แล้ว นี่มันช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน”
จากนั้นเขาก็หันไปมองหลี่ญ่าหลินที่อยู่ข้าง ๆ ถามออกมาว่า “ญ่าหลิน คุณคิดว่ามันเป็นไปได้ไหมว่าที่นี่จะมีสิ่งที่เป็นอภิปรัชญาบางอย่างอยู่?”
หลี่ญ่าหลินที่อยู่ด้านข้างยิ้มพร้อมพยักหน้า “เรื่องนี้ค่อนข้างมหัศจรรย์ และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ฉันสัมผัสได้ถึงความมหัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีสิ่งที่เป็นอภิปรัชญาอะไรบางอย่างอยู่”
แม้หลี่ญ่าหลินจะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็ตระหนักได้อยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ไม่ใช่อภิปรัชญาอย่างแน่นอน มันจะต้องเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเย่เฉินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และเขาก็มั่นใจด้วยว่า ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเย่เฉิน
ไม่แน่ว่าหากคุณปู่ได้อยู่ที่นี่สักสองสามวัน โรคอัลไซเมอร์ของเขาอาจได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่ญ่าหลินยิ่งรู้สึกเคารพในตัวของเย่เฉินขึ้นไปอีก แม้เขาจะพูดมาโดยตลอดว่าไม่อยากพบหน้าคุณปู่และคุณย่าของเขา แต่จากสิ่งที่เขาทำเพื่อตระกูลอาน มันบ่งบอกถึงความทุ่มเทของเขาอย่างแท้จริง!
ในเวลานี้ นายหญิงใหญ่พูดออกมาด้วยความดีใจอย่างเปี่ยมล้น “เพิ่งจะมาที่นี่ได้เพียงหนึ่งวันก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ หากอยู่ที่นี่ไปนาน ๆ ไม่แน่ว่าโรคนี้อาจจะหายไปเองก็ได้!”
พูดจบ เธอคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบหันไปมองสามีของเธอ จากนั้นพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น “ฉี่ซาน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คุณพยายามจดจำทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน จดจำทุกรายละเอียด จดจำทุกสิ่งที่ได้ยิน ทุกคำที่คุณพูดกับคนอื่น พวกเราจะมาทบทวนกันที่นี่ในวันพรุ่งนี้ และลองมาดูกันว่าคุณจะจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้มากน้อยเพียงใด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...