หงฉางชิงชื่นชมนานาโกะแบบนี้ แต่นานาโกะกลับถ่อมตัวอย่างมาก หลังจากโค้งให้ ก็พูดอย่างไม่ใส่ใจไปว่า:“ขอบคุณอาจารย์หงที่ชมค่ะ เมื่อเทียบกับอาจารย์แล้ว ฉันก็แค่นักเรียนตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งเป็นนักบู๊ ไม่กล้าเรียกว่าวิถีบู๊ผู้มีความสามารถอะไรหรอก ตอนนี้เพิ่งจะค้นพบการมองภายใน ต้องขยันมากขึ้น ”
หงฉางชิงพูดชมไปว่า:“นอกจากพรสวรรค์แล้ว วิถีบู๊ที่ดี เป็นองค์ประกอบที่สองของการฝึกฝนวิถีบู๊ด้วย และไม่เย่อหยิ่งหุนหันพลันแล่น ก็เป็นองค์ประกอบที่สามของการฝึกฝนวิถีบู๊ คุณอิโตะคนเดียวมีทั้งหมดสามอย่าง อนาคตจะต้องไร้ขีดจำกัดแน่!”
อิโตะ นานาโกะคำนับอีกครั้ง:“ต้องขอบคุณอาจารย์อยู่แล้ว นักเรียนต้องทำให้ดีที่สุด!”
หงฉางชิงพยักหน้า พูดด้วยรอยยิ้ม:“พักเที่ยงแป๊บเดียว รีบไปทานข้าวเถอะ ตอนบ่ายยังมีต่อ”
นานาโกะส่ายหน้าพูดด้วยรอยยิ้มว่า:“นักเรียนไม่ไปแล้ว จะรีบทำให้มีเสถียรภาพต่อ!”
ฉินเอ้าเสวี่ยนที่อยู่ด้านข้างเห็นเธอตั้งใจ จึงรีบพูดว่า:“งั้นฉันก็ไม่ไปด้วย!ฉันจะลองวิธีที่นานาโกะบอก!”
หงฉางชิงไม่รู้ว่าเมื่อครู่ทั้งสองคุยเรื่องอะไร คิดว่านานาโกะได้สอนบางอย่างให้กับฉินเอ้าเสวี่ยน ดังนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า:“โอเค ๆ ๆ ถ้าคุณสองคนคอยให้กำลังใจ และช่วยเหลือกันแบบนี้ จะต้องได้ผลตอบแทนทวีคูณแน่!”
พูดจบ เขาก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า:“งั้นผมไม่รบกวนคุณสองคนแล้ว”
ทั้งสองรีบก้มตัวบอกลา หลังจากเห็นหงฉางชิงไปแล้ว ก็รีบกลับมานั่งบนเบาะอีกครั้ง
ฉินเอ้าเสวี่ยนรอไม่ไหว รีบนั่งขัดสมาธิ และพูดอย่างตื่นเต้นว่า:“นานาโกะ ฉันจะลองทำตามที่คุณพูดดู!”
นานาโกะพยักหน้า และกำชับไปว่า:“ต้องโฟกัสไปกับมัน เมื่อเริ่มล้างสมองตัวเอง ก็บอกตัวเองจากจิตใต้สำนึกว่าคุณเอาวิญญาณออกจากร่างกายแล้ว และอย่าถูกรบกวนจากสิ่งเคลื่อนไหวรอบ ๆ ตัว ไปจุดสูงสุดที่จิตใจตามหา ถ้าพบแล้วก็กระโดด แล้วคุณจะได้รับบางอย่างไปแน่นอน!”
ในข้อความ นานาโกะพูดว่า:“เย่เฉินซัง ฉันมีข่าวดีที่จะแบ่งปันกับคุณ!”
เย่เฉินทำเป็นไม่รู้เรื่อง ตอบเธอไปว่า:“ข่าวดีอะไร?รีบพูดมาสิ”
นานาโกะตอบกลับว่า:“ฉันเข้าใจวิธีมองภายในเส้นลมปราณและการทำงานของชี่แท้แล้ว!พูดให้ถูกก็คือ ฉันเป็นักบู๊คนหนึ่งอย่างแท้จริงแล้ว!”
เย่เฉินทำเป็นตกใจ:“จริงเหรอ?!ทะลวงเป็นนักบู๊ได้เร็วขนาดนี้เชียว?!นี่มันเร็วมากเลยนะ?”
นานาโกะตอบกลับว่า:“ฮี่ฮี่ อาจารย์หงก็บอกว่าฉันทำได้เร็วมาก แต่ฉันคิดว่านี่น่าจะเกี่ยวข้องกับโอสถที่เย่เฉินซังให้ฉันใช้ก่อนหน้านี้!โอสถจะต้องช่วยฉันไว้แน่ ฉันจึงหาเข้าสู่นักบู๊ได้อย่างรวดเร็ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...