เย่เฉินพูดว่า:“โอสถทำได้เพียงเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายของคุณ ช่วยให้คุณผ่านเส้นลมปราณได้ แต่ถ้าตัวคุณไม่อาจเข้าใจการใช้เส้นลมปราณได้ ถึงแม้ว่าผมเปิดเส้นลมปราณของคุณทั้งหมด แต่คุณไม่เข้าใจสิ่งสำคัญของมองภายใน ก็ไม่อาจทำงานชี่แท้ได้ สิ่งนี้มันเป็นพรสวรรค์จริง ๆ พรสวรรค์ของคุณนั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย”
เวลานี้นานาโกะมีสีหน้าเขินอาย เม้มริมฝีปากจ้องโทรศัพท์เป็นเวลานาน จากนั้นจึงรวบรวมความกล้าถามเขาว่า:“เย่เฉินซัง ค่ำวันนี้คุณว่างไหม?ฉันอยากเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อ ถือเป็นการขอบคุณคุณ!”
เย่เฉินถามเธอว่า:“ทำไมต้องขอบคุณผม?”
นานาโกะพูดว่า:“คุณช่วยฉันตั้งเยอะแบบนี้ และยังให้ฉันมาเรียนวิถีบู๊ที่นี่อีก ในที่สุดตอนนี้ฉันก็เรียนรู้เบื้องต้นได้แล้ว ควรจะเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อไม่ใช่เหรอ?ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณ ไม่รู้ว่าเย่เฉินซังจะตกลงไหม?”
เย่เฉินครุ่นคิด แล้วตอบอย่างรวดเร็วว่า:“ไม่มีปัญหา บอกเวลาผมมา ผมจะไปตรงเวลา”
นานาโกะพูดว่า:“การบรรยายทุกวันของอาจารย์หงจะถึงหกโมงครึ่ง งั้นพวกเราก็เจอกันดึกนิดหนึ่งละกัน สองทุ่มเป็นไง?”
“ไม่มีปัญหา”เย่เฉินพูด:“งั้นคุณก็ตั้งใจฝึก เจอกันตอนค่ำ”
นานาโกะดีใจอย่างมาก รีบตอบไปว่า:“เจอกันตอนค่ำ!”
เย่เฉินรู้ว่าเธอกระตือรือร้นที่จะฝึก ดังนั้นจึงไม่ตั้งใจไปรบกวนเธอ ตอบไปตรง ๆ ว่า:“งั้นคุณก็ตั้งใจฝึกเถอะ ตอนค่ำเจอกันค่อยว่ากันอีกที”
“ค่ะ!”นานาโกะตอบกลับ ปรับโทรศัพท์เป็นโหมดเครื่องบินอีกครั้ง วางไว้ใต้เบาะ แล้วกลับเข้าไปทำสมาธิใหม่ เริ่มทำงานชี่แท้
เย่เฉินก็ไม่ได้คุยกับหงฉางชิงอีก ในขณะที่ทุกคนกำลังไปที่ร้านอาหาร ไม่มีใครเห็นตัวเอง เขาก็หันกลับออกไปจากช็องเซลีเซียนสปา
ระหว่างทางกลับ เขายังคงคิดถึงฉากอันยอดเยี่ยมที่นานาโกะอธิบายให้ฉินเอ้าเสวี่ยนฟัง แม้ว่าตัวเองจะไม่ใช่นักบู๊ แต่ตัวเองก็ลองทำตามข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ของนานาโกะได้ ถ้าตัวเองหาสถานะนั้นได้จริง ๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองมาก
ในขณะที่คิดอยู่นั้น จู่ ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นสายของหลี่เสี่ยวเฟิน
ดังนั้น เขาจึงตกลงอย่างง่ายดาย พูดไปว่า:“ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ผมจะขับรถไปรับพวกคุณ พวกคุณจะเดินทางกี่โมง?”
หลี่เสี่ยวเฟินพูดว่า:“ไม่รีบ ลงทะเบียนทั้งหมดสองวัน ไปถึงตอนไหนก็ได้ ช่วงเช้าคนน่าจะเยอะสุดดีไหม สักประมาณสิบโมงเดินทาง?”
“ได้”เย่เฉินถามเธอ:“ต้องเตรียมของใช้ในชีวิตประจำวันให้คลอเดียด้วยหรือเปล่า?เขาจัดห้องนอนให้แล้วใช่ไหม?”
หลี่เสี่ยวเฟินตอบอือ แล้วพูดว่า:“ป้าหลี่เตรียมให้เธอเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ป้าหลี่ก็จะไปด้วย ถึงตอนนั้นคุณขับรถไปด้วยกันก็ได้”
“โอเค”เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม:“งั้นพรุ่งนี้ผมจะไปรับพวกคุณที่บ้านประมาณเก้าโมงครึ่ง”
“OK งั้นก็เอาตามนี้แหละ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...