พูดไป นานาโกะก็พูดอีกว่า:“ดังนั้น วิถีบู๊ยากน่ะยาก จะแยกจิตออกจากกายได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ทำร้ายตัวเองได้อย่างไรนั้น ได้แต่ทำแบบนี้ ถึงจะสามารถบรรลุมองภายในได้ ดังนั้นฉันจึงนึกถึงวิธีนั้น จินตนาการว่าจิตสำนึกของตัวเองตกลงจากที่สูง พบความรู้สึกตายอย่างปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว ที่จริงแค่ลองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะสำเร็จ ……”
เย่เฉินไม่พูดอะไร แต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ:“คิดวิธีแบบนี้ได้ นานาโกะคืออัจฉริยะของ เต๋าบู๊จริง ๆ……”
นางาฮิโกะ อิโตะฟังจบ สีหน้าก็ดูตกตะลึง จนอดไม่ได้ที่จะพึมพำไปว่า:“ไม่เคยคิดเลยว่า วิถีบู๊จะลึกลับขนาดนี้……ยังหนุ่มสาวนั้นดีจริง ๆ ถ้าผมยังหนุ่ม ยังไงก็จะลองให้เต็มที่!”
นานาโกะพูดด้วยรอยยิ้ม:“โอโต้ซัง แค่เต็มใจที่จะลงมือทำ ก็ไม่มีคำว่าสายเกินไป!”
“ไม่ได้หรอก ๆ ”นางาฮิโกะ อิโตะโบกมือด้วยรอยยิ้ม พูดอย่างถอนหายใจว่า:“วิถีบู๊ลำบากไป การเดินทางยังอีกยาวไกล พ่อไม่อยากเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อีกครั้ง ตอนอายุห้าสิบ เวลาผ่านไปย่างรวดเร็ว อย่างมากที่สุดก็สามหมื่นวัน”
พูดไป นางาฮิโกะ อิโตะก็ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม:“คนเราน่ะ ควรทำสิ่งต่าง ๆ ในช่วงเวลานั้น ๆ ทำตามใจตัวเองในวัยยี่สิบ ไขว่คว้าหน้าที่การงานในวัยสามถึงสี่สิบ ไขว่คว้าหาความสุขในวัยห้าถึงหกสิบ ตั้งแต่คุณเย่ช่วยให้ขาของพ่อเดินได้อีกครั้ง ชีวิตที่เหลือของพ่อ ก็เพื่อความสุขเท่านั้น”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม:“คุณอิโตะ เมื่อเข้าสู่ประตูแห่งวิถีบู๊แล้ว ชีวิตยืนหรือสั้นของมนุษย์ จะใช้มุมมองแบบเดินมองไม่ได้แล้ว”
พูดจบ เขาก็พูดอย่างจริงจังว่า:“ถึงจะเป็นนักบู๊ธรรมดา มีชีวิตอยู่ถึงร้อยปีก็ไม่เป็นไร ถ้ามีความสามารถพอ ก็เข้าสู่แดนมืดที่มีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปีได้สบาย ๆ ถ้าผลการฝึกฝนยังสูงได้อีก สองร้อยปีก็ไม่ใช่ปัญหา และก็ อีกสองร้อยปีก็ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ถ้าถึงจุดสูงสุดได้จริง ๆ อายุก็น่าจะยืนกว่านี้ ……”
นางาฮิโกะ อิโตะได้ยินแบบนี้ ก็ชะงักไป สีหน้าดูซึม
ในอีกร้อยปีข้างหน้า หรือว่ายาวนานกว่านั้น หากมีคนที่ใจตรงกันไปด้วยกัน ความรู้สึกอ้างว้างก็จะลดลงไปเยอะ
เธอรู้ เพราะพ่อตระหนักถึงเรื่องนี้ ดังนั้นจึงขอร้องเย่เฉินอย่างเคร่งขรึมแบบนี้
เมื่อคิดแบบนี้ จู่ ๆ นานาโกะก็ตาแดงก่ำ น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ พูดอย่างสะอื้นว่า:“โอโต้ซัง……”
พูดไป น้ำตาก็ไหลท่วม.……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...