เย่เฉินเห็นบรรยากาศเศร้าแบบนี้ พูดไปว่า:“คุณอิโตะอย่าพูดให้เรื่องนี้ดูหนักหนาเลย อนาคตของนานาโกะยังอีกไกล อนาคตของคุณก็ไม่สั้นมากหรอก”
พูดจบ เขาก็ถือแก้วขึ้นมา พูดเสียงดังว่า:“งั้นคุณกับผมมาทำข้อตกลงกันดีกว่า ข้อตกลงเล็กน้อย คุณคิดอย่างไร?”
นางาฮิโกะ อิโตะถามอย่างแปลกใจว่า:“คุณเย่ คุณจะทำข้อตกลงอะไรกับผม?”
เย่เฉินไม่ตอบคำถามของเขา แต่ถามด้วยรอยยิ้มว่า:“ผมชอบบ้านของคุณในเกียวโต ดูเหมือนว่าน่าจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานเลยทีเดียว?”
นางาฮิโกะ อิโตะพยักหน้า:“พูดตรง ๆ นะ น่าจะมีประวัติศาสตร์เกือบสามร้อยปีเลยทีเดียว”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย ยิ้มไปพูดไปว่า:“วันเกิดหนึ่งร้อยปีของคุณ ถึงตอนนั้นก็จัดที่นั่นเถอะ วันนั้นผมจะต้องมาอวยพรคุณแน่ คุณเตรียมสัญญาบ้านหลังนั้นให้เรียบร้อย ถึงตอนนั้นก็เอาบ้านหลังนั้นให้ผม”
นางาฮิโกะ อิโตะพูดโดยไม่รู้ตัวว่า:“คุณเย่ ถ้าคุณต้องการบ้านหลังนั้น ผมจะมอบให้คุณเดี๋ยวนี้เลย ทำไมต้องรอให้ถึงวันเกิดหนึ่งร้อยปีของผม ยิ่งไปกว่านั้น ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าตัวเองจะอยู่ได้ถึงร้อยปี……”
พูดไป จู่ ๆ เขาก็แข็งทื่ออยู่ตรงนั้นราวกับถูกฟ้าผ่า
ดวงตาคู่นั้นของเขามองไปที่เย่เฉิน เมื่อเห็นว่าเย่เฉินยิ้มไม่พูดอะไร ทันใดนั้นก็ได้สติคืนมา คุกเข่าลงบนพื้นทันที พูดด้วยเสียงสะอื้นว่า:“ขอบคุณคุณเย่ที่ทำให้สมปรารถนา……”
อิโตะ นานาโกะก็เข้าใจความหมายของเย่เฉิน เธอรีบคุกเข่าลงตามพ่อ พูดอย่างขอบคุณว่า:“ขอบคุณคุณเย่ที่ทำให้สมปรารถนา!”
เย่เฉินไม่ได้ช่วยประคองทั้งสองคน แต่มองไปที่อิโตะ นานาโกะ แล้วพูดอย่างเคร่งขรึมว่า:“นานาโกะ ตั้งแต่นี้ไป ตั้งใจเรียนรู้วิถีบู๊เถอะ ผมรับรองได้เลยว่า คุณอิโตะในอีกห้าสิบปีข้างหน้า นอกจากอายุจะหนึ่งร้อยปีแล้ว ก็จะไม่แตกต่างอะไรไปจากตอนนี้!”
แม้ว่ายาอายุวัฒนะจะยากที่จะรับประกันอายุของคนได้ถึงสองร้อยปี แต่ไม่มีปัญหาสำหรับหนึ่งร้อยห้าสิบปี
เขารู้ว่า พระคุณนี้ของเย่เฉิน ไม่สามารถวัดได้ด้วยสิ่งของเงินทองอีกต่อไป
นานาโกะก็รู้สึกขอบคุณเช่นกัน เธอตามพ่อไปคำนับเย่เฉินสามที
เย่เฉินไม่ได้หยุดเขา เขารู้ว่า หากไม่ให้พ่อลูกคู่นี้ทำเรื่องราวยิ่งใหญ่ กลัวว่าทั้งสองอาจจะนอนไม่หลับ
เอมิ อีโตะและทานากะ โคอิจิได้ยินก็ตกตะลึง แต่คุกเข่าลงด้านหลังสองพ่อลูกทันที ก้มหัวให้โดยไม่พูดอะไร
หลังจากทั้งสี่ก้มหัวสามครั้งแล้ว เย่เฉินก็ช่วยประคองพ่อลูกขึ้นมา พูดด้วยรอยยิ้มนิ่ง ๆ ว่า:“เอาล่ะ ผมมากินข้าว อยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วยังไม่ได้กินสักคำเลย ไม่เหมาะมั้งครับ?”
นางาฮิโกะ อิโตะรีบเช็ดน้ำตา แล้วรีบพูดว่า:“ทานข้าว ๆ !คุณเย่ เชิญครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...