“ใช่!”หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า และถามด้วยความสงสัย“เธอเองก็ด้วยเหรอ?”
คลอเดียพยักหน้าและพูดว่า“ใช่……”
หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มและพูดว่า“ ช่างบังเอิญจริงๆ!เราสองคนเป็นนักเรียนต่างชาติทั้งคู่ พูดภาษาจีนได้ และยังเรียนสาขาโบราณคดีด้วย!”
คลอเดียเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน พูดอย่างจริงจังว่า“พวกเขาบอกว่าสาขาโบราณคดีไม่มีคนลงทะเบียน โดยเฉพาะผู้หญิงไม่มีใครมาลงทะเบียนเลย ฉันได้เตรียมใจไว้แล้วว่าจะเป็นเพียงนักศึกษาหญิงคนเดียวในสาขา ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกับเพื่อนร่วมชั้นที่เรียนสาขาวิชาเดียวกันแบบนี้!”
หลี่เสี่ยวเฟินที่อยู่ด้านข้างพูดด้วยรอยยิ้มว่า“ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ พวกเธอสองคนยังได้มาอยู่ในห้องพักเดียวกันอีก ช่างมีวาสนาต่อกันจริงๆ!”
“ใช่!”ป้าหลี่ก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า“แบบนี้ พวกเธอสองคนก็มีวาสนาต่อกันแล้วจริงๆ !”
คลอเดียในตอนนี้ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้และพูดแนะนำตัวเองกับหลินหว่านเอ๋อร์ “สวัสดีนะ ฉันชื่อคลอเดีย คลอเดีย ดินอร์ซิโอ เป็นลูกครึ่งจีนอิตาลีในแคนาดา”
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า เอื้อมมือไปแล้วจับมือกับเธอ พูดด้วยรอยยิ้ม“ฉันเป็นคนเชื้อสายจีนในมาเลเซีย ต่อไปเราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นในหอพักเดียวกัน เธอเรียกฉันว่าเสี่ยวหว่านก็ได้ ”
หลี่เสี่ยวเฟินที่อัธยาศัยดีเมื่อเห็นหลินหว่านเอ๋อร์มาคนเดียว อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม“เสี่ยวหว่าน เธอเดินทางจากมาเลเซียมาสมัครเรียนที่เมืองจินหลิงคนเดียวเหรอ?”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้าและพูดว่า “ปู่ของฉันก็เดินทางมาเมืองจินหลิงกับฉันด้วย แต่เพราะท่านอายุมากแล้ว ก็เลยไม่ได้ให้ท่านตามมา ”
หลี่เสี่ยวเฟินกล่าว“พอดีเที่ยงนี้เราตั้งใจจะไปกินข้าวกันที่โรงอาหาร ถือโอกาสไปชิมอาหารที่โรงอาหารด้วย เธอไปพร้อมกับเราไหม?”
หลินหว่านเอ๋อร์พูดปฏิเสธและขอบคุณ“ขอบใจนะ ตอนเที่ยงฉันต้องกลับบ้านอีก ปู่กับย่ารอฉันอยู่ที่บ้านในเมืองจินหลิง ไว้โอกาสหน้าเราค่อยไปกินด้วยกันนะ เพราะยังไงก็ยังต้องเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยจินหลิงนี้อีกตั้งสี่ปี ”
เดินลงมาถึงที่ข้างล่าง แหวนที่อยู่ในกระเป๋าของเย่เฉิน ก็ค่อยๆกลับมาสงบนิ่งลง และหลี่เสี่ยวเฟินในตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา“หลินเสี่ยวหว่านคนนี้ อะไรจะสวยได้ขนาดนี้กัน?ฉันไม่เคยเห็นสาวเอเชียที่ไหนที่หน้าตาสะสวยแบบนี้มาก่อน……”
“ใช่……”คลอเดียก็พูดเห็นด้วยอย่างที่สุด“ผู้หญิงที่สวยแบบนี้ ช่างหาได้ยากยิ่งจริงๆ”
หลี่เสี่ยวเฟินถามเย่เฉิน “พี่เย่เฉิน พี่ว่ายังไง ?”
ภายในใจของเย่เฉินเอาแต่ครุ่นคิด ว่าจะทำยังไงถึงจะพิสูจน์ได้ว่าหลินหว่านเอ๋อร์นั้นพยายามที่จะเข้าหาตัวเอง
ดังนั้น เขาก็แกล้งทำทีเหมือนคิดอะไรได้ขึ้นมา พูดโพล่งออกไปว่า“แย่แล้ว ฉันเหมือนจะลืมกุญแจรถไว้ที่หอพักของคลอเดีย พวกเธอไปที่โรงอาหารกันก่อน ฉันขอย้อนกลับไปหาดู !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...