อานข่ายเฟิงตบเข่าฉาด : “ไอ้หยา ! พี่กลับมาก็ต้องขับรถนานกว่าครึ่งชั่วโมง คุณซ่งได้ตอบกลับพี่รึยัง ?”
อานโฉงชิวกล่าว : “ตอนนี้ยังไม่ตอบเลย”
อานข่ายเฟิงผิดหวังเล็กน้อย กล่าวถอดถอนใจ : “งั้นผู้มีพระคุณก็คงจะไม่ได้อยู่ที่เมืองจินหลิงสินะ...”
อานโฉงชิวพยักหน้า : “ฉันก็คิดเหมือนกับนาย ถ้าเกิดระยะเวลาการตอบกลับค่อนข้างนาน ฉันเดาว่าเป็นไปได้สูงว่าผู้มีพระคุณจะไม่ได้อยู่ที่จินหลิง”
ระหว่างพูด อานโฉงชิวก็กล่าวอีกว่า : “และตอนที่ฉันคุยกับคุณซ่ง เธอยังบอกด้วยว่า ผู้มีพระคุณออกจากเมืองจินหลิงแล้ว ฉันสงสัยว่าหลังจากเรื่องนั้นที่นิวยอร์กนั้นผู้มีพระคุณจะอยู่นอกประเทศตลอดมารึเปล่า”
อานข่ายเฟิงจุ๊ปากกล่าว : “ก็ไม่แน่ อาจจะไม่ได้กลับมาเลยก็ได้”
หลี่ญ่าหลินที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสองคนค่อย ๆ หลุดออกจากประเด็น ก็กระแอมสองทีกล่าว : “อะแฮ่ม... พวกนายสองคนไม่สามารถดูแค่เวลาที่คนอื่นตอบนายกลับมาอย่างเดียว มาชี้ขาดว่าคิดว่าคนที่พวกนายอยากจะหาอยู่ที่เมืองจินหลิงรึเปล่า นั่นเป็นอาชญากรรมของสมองเล็กน้อย หลังจากที่ฆ่าคน ก็รู้ว่าจะต้องจัดการกับอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมของศพ เพื่อแทรกแซงความแม่นยำของตำรวจและแพทย์นิติเวชในการสันนิษฐานเวลาตาย แล้วทำไมพวกนายถึงคิดว่าคนอื่นตอบเร็วหมายถึงอยู่ในเมืองจินหลิง แต่ถ้าตอบช้าก็แปลว่าไม่อยู่แล้ว ?”
อานโฉงชิวเมื่อได้ฟังคำพูดนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะถามเขา : “ญ่าหลิน ที่คุณหมายถึงคือ เป็นไปได้สูงว่าพวกเราจะหาผู้มีพระคุณคนนี้ได้ที่เมืองจินหลิงเหรอ ?”
หลี่ญ่าหลินรีบพูด : “ฉันไม่ได้พูด เป็นไปได้สูงว่าเขาจะอยู่ ฉันก็แค่รู้สึกว่าทุกคนไม่ต้องรีบร้อนขนาดนี้ การตัดสินใจปฏิเสธครั้งหน้า เหมือนกับที่พวกเราไขคดี สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการรีบปฏิเสธ พอปฏิเสธแล้วก็จะเป็นการดักทางตัวเอง ก็เหมือนพวกเราไขคดีคนหาย ถึงแม้จะคนรอบข้างของผู้สูญหายจะดูเหมือนรักและเป็นห่วงเขามาก แต่นายต้องไม่ปฏิเสธความสงสัยในใจคนใดคนหนึ่งเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ของเขา ก่อนที่จะมีหลักฐานมากเพียงพอ ก็ไม่สามารถปฏิเสธความน่าสงสัยของพวกเขาได้”
ระหว่างพูด หลี่ญ่าหลินก็กล่าวอีกว่า : “ในเมื่อครั้งนี้มาที่เมืองจินหลิงแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าพวกเราจะปฏิเสธเมืองจินหลิงง่าย ๆ ไม่ได้ จะต้องเชื่อมั่นก่อน เย่เฉินอาจจะอยู่ที่เมืองจินหลิง ผู้มีพระคุณเองก็อาจจะอยู่ด้วยเหมือนกัน !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...