“ยังหรอก”คลอเดียพูดอย่างไม่ต้องคิด“ฉันลงไปรอเขาก่อน รอเขามาถึงแล้วฉันค่อยลงไปมันจะเสียเวลาเอา”
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้พูดหยอกอีก พยักหน้ารับเบาๆ แล้วพูดว่า“ขอบใจนะคลอเดีย ฉันไม่ลงไปด้วยนะ ปวดหัวมากจริงๆ ช่วยบอกเขาแทนฉันด้วย เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันไม่มีมารยาท”
“ได้”คลอเดียพยักหน้าและพูดว่า“เธอรออยู่ที่ห้องนี่แหละ ฉันจะไปแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ดูแลหอพัก แล้วจะพาพี่เย่เฉินขึ้นมาเลย พี่เย่เฉินเก่งมาก ขอแค่เขามา อาการปวดหัวไมเกรนของเธอจะต้องหายขาดอย่างแน่นอน!”
พูดจบ คลอเดียก็รีบออกจากห้องพักไป แล้วลงมารอที่ใต้ตึกด้านล่าง
เพราะปวดหัวอย่างรุนแรง หลินหว่านเอ๋อร์ก็คอยแต่ฝืนยิ้มให้อยู่ตลอด หลังจากที่คลอเดียไปแล้ว ใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นอิดโรยและเจ็บปวดอย่างมาก แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงเดินมาที่หน้ากระจกเพื่อมองดูตัวเองอย่างไม่รู้ตัว จัดแต่งทรงผมของตัวเองให้เข้าที่ แล้วนวดคลึงไปที่แก้ม เพื่อให้กล้ามเนื้อใบหน้าไม่ตึงแน่นจนเกินไป และในจิตใต้สำนึกของเธอ ก็ยังเป็นกังวลว่าเย่เฉินจะเห็นสีหน้าที่ดูแย่นี้ของตัวเอง
ราวๆสิบนาที เย่เฉินขับรถมาถึงที่มหาวิทยาลัยจินหลิง เขาขับรถตรงไปยังที่ใต้ตึกของหอพักนักเรียนต่างชาติหญิง กำลังจะกดโทรหาคลอเดีย ก็เห็นคลอเดียยืนอยู่ที่ริมทางเท้า
คลอเดียเองก็จำทะเบียนรถของเย่เฉินได้ วิ่งเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่ดีอกดีใจ
รอเย่เฉินจอดรถ แล้วเปิดประตูลงมา คลอเดียก็มาถึงที่ตรงหน้าพอดี พูดด้วยความเขินอายเล็กน้อยว่า“พี่เย่เฉินมาถึงแล้ว……”
เย่เฉินพยักหน้าให้เล็กน้อย และถามเธอว่า“เพื่อนร่วมห้องของเราคนนั้นเป็นยังไงบ้าง?”
คลอเดียตอบว่า“ยังปวดหัวอยู่ ไม่ทุเลาลงเลย ตอนนี้กำลังรออยู่ที่ห้อง เธอให้ฉันบอกพี่ว่า เธอปวดหัวมาก ดังนั้นก็เลยไม่ได้ลงมารับพี่ด้วย ขอพี่อย่าได้ถือสา ”
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เย่เฉินคุ้นชินกับมันไปซะแล้ว
ตอนนี้ในสายตาของเขา เจ้าแหวนอลวนนี้มีการใช้สอยที่รับรู้ได้อยู่สองอย่าง
การใช้สอยแรก คือดูดซับปราณทิพย์ของตัวเองอย่างไม่สิ้นสุด และไม่มีผลตอบแทนใดๆคืนกลับ
และอีกการใช้สอยหนึ่ง สามารถจะเข้าใจมันได้ว่าเป็นเสมือนเครื่องตรวจจับหลินหว่านเอ๋อร์ ขอแค่หลินหว่านเอ๋อร์อยู่ตรงหน้าตัวเอง ของสิ่งนี้ก็จะสั่นระริกไม่หยุด ราวกับมีเจ้าเข้าอะไรอย่างนั้น
เย่เฉินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า พยายามควบคุมการสั่นไหวของแหวนวงนี้ ขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะก่นด่าในใจ“เดิมทีคิดว่าเจ้าจะเป็นของวิเศษที่มีค่าอะไร แต่เอาเข้าจริง ก็เป็นแค่ของที่ไม่มีคุณค่าอะไรเลยสักนิด ไว้วันไหนจะเอาเจ้าไปทิ้งไว้กับจางเอ้อเหมา ให้เขาเอาเจ้าไปฝังกลบไว้ในหลุมแล้วกัน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...