เย่เฉินไม่ได้สนใจในเรื่องพวกนี้
ภายในใจของเขารู้ดี การจับชีพจรให้หลินหว่านเอ๋อร์นั้น มันไม่ได้มีความหมายใดๆ
ที่เธอมีอาการปวดหัวก็ไม่ใช่เพราะเจ็บป่วย แต่เพราะถูกปราณทิพย์ของตัวเองทำร้าย วิธีรักษาที่ดีที่สุดก็คือถ่ายพลังปราณทิพย์ให้ไป เพื่อให้ไปซ่อมแซมส่วนที่เสียหายในสมองของเธอ
แต่เมื่อเย่เฉินคิดได้ว่า ที่มาที่ไปของหลินหว่านเอ๋อร์คนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีแหวนที่น่าพิศวงนี้ได้ อย่างนั้นก็หมายความว่าต่อให้เธอจะไม่มีปราณทิพย์ แต่ก็ต้องรู้อย่างแน่นอนว่าปราณทิพย์คืออะไร
หรือจะพูดว่า คนเขาโตมากับทะเล เคยได้เห็นและได้กินมาก่อน ตัวเองเอาหูฉลามแสร้งทำเป็นวุ้นเส้น คนเขาก็ต้องมองรู้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้เย่เฉินคาดเดาว่า หลินหว่านเอ๋อร์น่าจะจำตัวเองไม่ได้ หากตัวเองส่งปราณทิพย์เข้าสู่ร่างกายของเธอ อย่างนั้นก็เท่ากับเป็นการเปิดเผยตัวตนหรือเปล่า?
ดังนั้น วิธีที่เย่เฉินคิดได้นั่นก็คือการแสร้งทำเป็นจับชีพจรของเธอ จากนั้นก็เอายาช่วยหัวใจครึ่งเม็ดให้เธอ เพราะยังไงซะของสิ่งนี้ก็ไม่ได้มีค่ามีราคาอะไรสำหรับตัวเอง
นอกจากนี้ เย่เฉินก็ไม่ได้กังวลว่ายาช่วยหัวใจนี้จะเปิดเผยตัวตนของตัวเอง เพราะชื่อเสียงอาจารย์เย่ของตัวเองนั้นก็กระฉ่อนอย่างมากในเมืองจินหลิง ไม่แน่ว่าคลอเดียก็อาจจะได้บอกเล่าให้กับหลินหว่านเอ๋อร์ได้ฟังไปแล้ว อาจารย์เย่ผู้ยิ่งใหญ่ เอาโอสถที่รักษาสารพัดโรคให้เม็ดหนึ่ง ก็ถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่
ส่วนทำไมถึงให้มาครึ่งเม็ดไม่ใช่เม็ดหนึ่งนั้น นั่นก็เพราะอยากให้หลินหว่านเอ๋อร์ได้รับรู้เบื้องต้นว่า แม้ของนี้จะดี ตัวเองก็ไม่ได้มีมากมาย ต้องคิดอย่างรอบคอบ
พูดจบ เย่เฉินก็พูดต่อ“คนเชื้อสายจีนอย่างพวกเธอที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาตลอดปี คงไม่เข้าใจเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีนของพวกเราสักเท่าไร ความเชี่ยวชาญของการแพทย์แผนจีนนั้น ก็คือการปั่นไหมจากรังไหม เฟ้นหาแก่นแท้ของมันจริงๆ จากนั้นก็ทำการกำจัดปมปัญหาจากรากเหง้านั้นทิ้ง”
คลอเดียที่ฟังอยู่ใบหน้าก็ถึงกับต้องตกตะลึง อุทานออกมาว่า“ฟังแล้วเหมือนจะลึกซึ้งอย่างมากจริงๆ……”
แต่สิ่งที่หลินหว่านเอ๋อร์คิดนั่นคือ“เหลวไหล……เหลวไหลซะให้พอ!”
เย่เฉินรู้สึกว่าที่ตัวเองปูทางมานั้นก็พอประมาณแล้ว จากนั้นก็โบกมืออย่างลวกๆ“เด็กที่กำลังโตอย่างพวกเธอ ไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไร ฉันยังพอมียาทิพย์อยู่ อาการของเสี่ยวหว่าน เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะรักษาให้หายขาดได้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...