แม้ว่าเซียวชูหรันมีอุปนิสัยอ่อนแอ แต่ว่ากลับทุ่มเทสติปัญญาที่จะเป็นหญิงแกร่งในด้านการทำงานมาโดยตลอด
แต่คำพูดเมื่อครู่ของเย่เฉิน ได้พูดโดนส่วนลึกในหัวใจของเธอเข้าด้วยเหมือนกัน
ผู้หญิงคนหนึ่งออกไปทำงานข้างนอก จะพาสามีไปทำหน้าที่คอยติดตามอยู่ข้างกายได้อย่างไรกัน ? แบบนั้นไม่เพียงแต่จะทำให้ตัวเองดูไม่มีประโยชน์เอามาก ๆ จะยิ่งทำให้สามีดูไร้ประโยชน์มากด้วย
นอกเหนือจากนี้แล้ว ประโยคสุดท้ายของเย่เฉินนั่นก็พูดอยู่ในแนวคิดแล้วด้วยเช่นเดียวกัน
เซียวชูหรันเป็นเพื่อนสนิทกับเฟ่ยเข่อซิน การอยู่กับเพื่อนสนิทด้วยกัน ไม่สามารถให้สามีมาเกี่ยวข้องในนั้นได้ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นเฟ่ยเข่อซินจะรู้สึกแปลก ๆ อย่างแน่นอน
คิดถึงตรงนี้ เธอก็ทำได้แต่พยักหน้า พูดด้วยใบหน้าที่รู้สึกเสียใจกับเย่เฉิน : “ที่รัก หากเป็นแบบนี้ละก็ งั้นฉันก็ทำได้แต่ไปเองแล้วค่ะ ช่วงนี้ที่ฉันไม่ได้อยู่ที่เมืองจินหลิง คุณต้องดูแลตัวเองให้ดีนะคะ นอกเหนือจากนี้ช่วยฉันดูแลคุณพ่อกับคุณแม่ของฉันให้ดีด้วยนะคะ”
“วางใจเถอะ” เย่เฉินถามพร้อมกับยิ้ม ๆ : “จริงสิที่รัก คุณยังไม่ได้ตอบคุณหนูเฟ่ยให้ชัดเจนใช่ไหม ?”
เซียวชูหรันพยักหน้า : “ฉันบอกเธอไปแล้ว ต้องปรึกษากับคุณก่อนแล้วค่อยตอบเธอ”
เย่เฉินยิ้มบอก : “งั้นตอนนี้คุณโทรหาเขาเลยเถอะ บอกว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา คุณไปสหรัฐอเมริกาได้ทุกเมื่อ”
เซียวชูหรันส่งเสียงอื้ม แล้วบอก : “งั้นฉันจะตอบเธอเดี๋ยวนี้เลย”
ว่าแล้ว เธอควักมือถือออกมา กดโทรหาเฟ่ยเข่อซิน
โทรศัพท์ทางด้านนั้น เฟ่ยเข่อซินถามเธออย่างร้อนใจอยู่หน่อย : “ชูหรัน เธอบอกกับคุณเย่แล้วใช่ไหม ?”
เซียวชูหรันได้ยินคำพูดนี้ ย่อมรู้ว่าตัวเองไม่สามารถถ่วงเวลาได้อีกแล้ว ครั้นแล้วเลยพูดโดยไม่ลังเลเลยสักนิด : “งั้นฉันกลับไปเก็บของพักหนึ่ง พรุ่งนี้เช้าก็จะไปสนามบิน”
ว่าแล้ว เธอนึกถึงอะไรได้ เลยรีบพูด : “จริงสิเข่อซิน เธอไม่ต้องลำบากจัดสรรเครื่องบินของบริษัทอะไรหรอก ฉันลองดูตั๋วเครื่องบินหน่อย หากว่าพรุ่งนี้เช้ามีเที่ยวบินละก็ ฉันซื้อตั๋วเครื่องบิน บินไปเองก็ได้”
เฟ่ยเข่อซินบอก : “ไม่ต้องดูหรอกชูหรัน เมื่อกี้ฉันดูแล้ว เมืองจินหลิงไม่มีเที่ยวบินบินตรงมาที่นครนิวยอร์กในตอนนี้ หากว่าเธอไปเปลี่ยนเครื่องที่เมืองอื่น อย่างน้อยก็ต้องวันมะรืนจึงจะถึง ดังนั้นเธอไปเก็บสัมภาระของตัวเองอย่างสบายใจดีกว่า พรุ่งนี้เช้าให้คุณเย่มาส่งเธอที่สนามบิน ที่เหลือฉันจัดการเอง”
“ก็ได้……” ความตั้งใจเดิมของเซียวชูหรันไม่อยากให้เฟ่ยเข่อซินใช้จ่ายสิ้นเปลืองเกินไป เนื่องจากเธอรู้ว่า ต้นทุนที่เครื่องบินของบริษัทบินมาสหรัฐอเมริกาอย่างน้อยก็นับล้าน
แต่ได้ยินเฟ่ยเข่อซินพูด เวลาไม่ทันกาลแล้ว เมื่อรวมความเสียหายของหนึ่งวันอาจจะเกินสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ เซียวชูหรันเลยไม่ได้ปฏิเสธอีก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...