คราวนี้เฟ่ยเข่อซินพูดเตือนอีก : “จริงสิชูหรัน เธออย่าเอาพวกของสัมภาระมาเยอะเกินไป ไม่ว่าจะเป็นของที่จำเป็นในชีวิตหรือว่าเป็นของที่จำเป็นในการทำงาน ฉันมีอยู่ที่นี่หมด และหลังจากเธอมาแล้วก็พักอยู่ที่บ้านฉันและพักอยู่ห้องเดียวกันกับฉัน ขาดเหลืออะไรสามารถใช้ของของฉันที่นี่ได้เลย ดังนั้นครั้งนี้เธอมาทุ่มเททำงานโดยไม่ต้องกังวลอะไร ยิ่งเรียบง่ายยิ่งดี”
“ได้……”
เนื่องจากเฟ่ยเข่อซินได้บรรยายสถานการณ์ของตัวเองอย่างรีบด่วนเป็นอย่างมาก ชูหรันเลยไม่กล้าเสียเวลาเลยสักนิด เมื่อวางสาย ก็กลับไปที่ห้องของทั้งสองคนกับเย่เฉิน จากนั้นก็เริ่มเก็บสัมภาระ
แม้ว่าเฟ่ยเข่อซินได้บอกไว้แล้วในสาย ให้เธอพยายามมาทุ่มเททำงานโดยไม่ต้องกังวลอะไร แต่ว่าเธอยังคงเก็บของส่วนตัวที่จำเป็นเท่าที่จะเป็นไปได้ เดี๋ยวจะสร้างภาระให้เฟ่ยเข่อซินเอา เมื่อถึงสหรัฐอเมริกา
ไม่นานนัก เฟ่ยเข่อซินได้ประสานเครื่องบินไว้เรียบร้อยแล้ว เครื่องบินบริษัทของตระกูลเฟ่ยตั้งอยู่ที่เกาะฮ่องกางได้ออกบินไปเมืองจินหลิงในกลางดึก และลงจอดที่เมืองจินหลิงในเวลาเช้ามืด ทำได้แต่รอเซียวชูหรันมาจึงจะสามารถออกบินไปนครนิวยอร์ก
เนื่องจากเฟ่ยเข่อซินได้ปูเบื้องหลังขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องช่วยเหลือไว้เรียบร้อย ดังนั้นเซียวชูหรันเองรู้สึกว่าเวลาคับขัน ตั้งใจว่าจะออกเดินทางไปสนามบินในเวลาหกโมงของพรุ่งนี้เช้าทันที เมืองจินหลิงในเวลาหกโมง รถไม่ติดเลยสักนิด ครึ่งชั่วโมงก็ถึงสนามบินแล้ว หากว่ากระบวนการไวละก็ บางทีเจ็ดโมงก็สามารถขึ้นเครื่องบินออกบินได้แล้ว
เมื่อนึกถึงว่าตัวเองต้องไปสหรัฐอเมริกาที่ห่างออกไปหลายพันลี้ แม้ว่าเซียวชูหรันรู้สึกอาลัยอาวรณ์เย่เฉินมาก แต่ก็ไม่มีตัวเลือกอื่น อย่างไรซะ เฟ่ยเข่อซินช่วยเธอเอาไว้ไม่น้อยเลย และเธออยากหาโอกาสชดใช้บุญคุณให้เฟ่ยเข่อซินมาโดยตลอดเหมือนกัน
เย่เฉินในตอนนี้ถอนหายใจเฮือกหนึ่งในที่สุด แผนการแยกจากเซียวชูหรัน นับว่าสำเร็จแล้วด้วยเหตุนี้
หลังจากสองสามีภรรยาเก็บกระเป๋าสัมภาระด้วยกันเรียบร้อยแล้ว จู่ ๆ เย่เฉินนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยถามเซียวชูหรัน : “ที่รัก เรื่องนี้ที่คุณออกจากบ้านไปไกลต้องบอกคุณพ่อกับคุณแม่คุณหน่อยไหม ?”
เซียวชูหรันคิดอยู่เล็กน้อย แล้วส่ายหน้าบอก : “ช่างมันเถอะค่ะ หากฉันบอกคุณแม่ฉันว่าฉันจะไปสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ไม่แน่ว่าเขาจะก่อเรื่องไปด้วยกันกับฉันอีก ฉันไปสหรัฐอเมริกาไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนซะหน่อย จะพาเขาไปด้วยได้ยังไง ดังนั้นพรุ่งนี้เช้าคุณไปส่งฉันที่สนามบินก่อน รอหลังจากฉันขึ้นเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ค่อยบอกเขา ถึงตอนนั้นฉันบอกว่าที่ไปสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องที่ตัดสินใจอย่างเร่งด่วนในคืนวันนี้ เนื่องจากว่าไปเร็วและไปอย่างรีบร้อน เลยไม่ได้บอกเขา ถึงตอนนั้นต่อให้เขาอยากไปก็ไม่มีโอกาสแล้ว”
เย่เฉินพยักหน้า เขาก็กังวลว่าหม่าหลันจะตามไปด้วยให้ได้เหมือนปลาสเตอร์หนังหมา หากว่าถึงสหรัฐอเมริกาแล้วสร้างความลำบากอะไรให้เซียวชูหรันอีก ตัวเองไม่ได้อยู่ด้วย เกรงว่าเซียวชูหรันจะแก้ไขไม่ได้
ครั้งนี้ เขารู้ดี ตัวเองต้องสู้อย่างสุดชีวิตต่อหน้าต่อตากับท่านเอิร์ลคนใดคนหนึ่งขององค์กรพั่วชิงอย่างแน่นอน ในเมื่อไม่มีเรื่องที่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังแล้ว ส่วนลึกภายในใจของเขา กลับเฝ้ารอคอยการต่อสู้อย่างสุดชีวิตนี้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อเทียบกับศัตรูก่อนหน้านี้ อ่อนแอและเล็กกระจิริดไปเลย
ครั้งนี้จึงจะเป็นโอกาสทองในการพิสูจน์กำลังของตัวเอง
แม้หลินหว่านเอ๋อร์บอกว่าตัวเองมีอันตราย แต่ในใจของเย่เฉิน กลับมีความมั่นใจที่จะได้รับชัยชนะในการต่อสู้สุดชีวิตนี้อยู่หลายส่วน หลัก ๆ นี่คือเนื่องจากเขารู้ว่าตัวเองยังไม่ได้เปิดโปงอย่างแน่นอน และมีความเป็นไปได้มากว่าศัตรูจะสั่น “กระดิ่งเล็ก” สองอันที่ตัวเองให้จางเอ้อเหมาจัดวางไว้ให้ดัง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เป็นศัตรูอยู่ในที่แจ้ง เราอยู่ในที่ลับ ก็ย่อมมีอัตราความเป็นไปได้ที่จะได้รับชัยชนะมากขึ้น !

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...