คุณท่านอานฉี่ซานคิ้วขมวดมุ่นแล้วพูดขึ้นว่า“สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ผู้บริหารฝ่ายการจัดการทั้งหมดที่มี อย่างน้อยๆก็ต้องมีราวๆสิบถึงยี่สิบคน ต่อให้จะเปลี่ยนฝ่ายบริหารจัดการทั้งหมด ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ระดับล่างด้วยไหม?เพราะสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั้นยังคงต้องดำเนินการต่อ ทำแบบนี้ดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไร”
อานโยวโยวพยักหน้าแล้วพูดว่า“หนูก็คิดแบบนี้เหมือนกัน การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบแบบนี้ดูเหมือนจะฝืนมาตรฐานความน่าจะเป็น ดังนั้นหนูจึงรู้สึกว่า คนชุดแรกนั้นคงมีเหตุผลพิเศษอะไรบางอย่างถึงได้ลาออกโดยสมัครใจกันแบบยกชุดอย่างนี้ ”
ในตอนนี้ หลี่ญ่าหลินที่นั่งเป็นกังวลอยู่ข้างๆจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จู่ๆดวงตาก็สว่างวาบขึ้นมา ตบเข่าไปฉาดหนึ่งอย่างดีอกดีใจแล้วพูดว่า“เบาะแสที่โยวโยวพูดมานี้มีความสำคัญอย่างมาก!”
คุณท่านยิ้มและถามว่า“ญ่าหลิน ช่วยวิเคราะห์ให้ฟังหน่อยสิ ”
หลี่ญ่าหลินมองไปยังดวงตาที่วาดหวังของคุณท่าน ชั่วขณะหนึ่งก็ตกอยู่ในห้วงของความขัดแย้งและลังเลใจ
เขาอดที่จะคิดขึ้นมาในใจไม่ได้“คุณเย่บอกว่า วันนี้ตระกูลอานอาจตกอยู่ในอันตราย หากมีอันตรายจริงๆ เชื่อว่าเย่เฉินจะไม่นิ่งดูดายเป็นแน่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เมื่อต้องเผชิญกับภัยอันตราย คนของตระกูลอานอาจจะได้พบกับเย่เฉิน แต่ทว่า หากคืนนี้เหตุการณ์นั้นมีอะไรเปลี่ยนไป หรือคืนนี้เย่เฉินอาจไม่ได้เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง หากตระกูลอานอยากจะทำความรู้จักกับเขา ก็ต้องรอต่อไปอย่างไม่มีกำหนดอย่างนั้นเหรอ?”
จากนั้น เขาก็มาคิด“ครั้งนี้โยวโยวนั้นจับประเด็นความสำคัญได้แล้ว เพียงแค่เธอนึกไม่ออกถึงความเชื่อมโยงที่มี หากเราพูดเตือนเธอตามเบาะแสที่เธอได้มา ต่อให้คืนนี้เย่เฉินจะไม่ปรากฏตัว หรือยังคงปิดบังตัวตนอยู่อีก ตามเบาะแสของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ไป อยากจะหาตัวเขาให้เจอนั้นก็น่าจะง่ายขึ้น!ส่วนเราก็แค่พูดชี้นำไปตามคำบอกกล่าวของโยวโยวเพียงไม่กี่คำ คุณเย่คงไม่ถือโทษหรือตำหนิอะไรหรอกมั้ง?”
คิดมาถึงตรงนี้ หลี่ญ่าหลินก็ตัดสินใจว่าจะให้คำแนะนำเล็กน้อยกับตระกูลอาน จากนั้นก็พูดวิเคราะห์ด้วยท่าทีที่ขึงขังขึ้นมาว่า“ทุกคนต่างมีประสบการณ์ในด้านของการบริหารจัดการ ผมเชื่อว่าทุกคนคงน่าจะรู้ดี เรื่องของการเปลี่ยนแปลงบุคลากรภายในขององค์กรแบบทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะในองค์กรใด หรือหน่วยงานใด ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ”
“ทีมปฏิบัติการชุดเก่านี้ไม่ว่าจะเหนียวแน่นแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่ทุกคนในองค์กรนั้นจะพร้อมใจกันลาออกอย่างพร้อมเพรียงได้แบบนี้ อย่าว่าแต่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเลย ต่อให้จะเป็นกองทัพที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ก็ย่อมจะหลีกเลี่ยงทหารที่หลบหนีจากค่ายหรือคนทรยศหักหลังไม่ได้”
“แต่อย่างที่โยวโยวพูดมา ทีมปฏิบัติการชุดนี้ลาออกกันอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อปีที่แล้ว หากขบคิดให้ลึกซึ้งก็จะพบว่า ระเบียบวินัยขององค์กรนี้นั้นแข็งแกร่งอย่างมาก หรืออาจจะเทียบได้กับมาตรฐานการจัดการแบบทหาร แต่ว่า ทีมปฏิบัติการแบบนี้ หากไม่ได้ฝึกฝนมาในระยะเวลาที่ยาวนาน ย่อมขัดให้เงาอย่างที่เป็นไม่ได้แน่ แล้วจะมาปรากฏตัวอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ธรรมดาแบบนี้ได้ยังไง ?”
เมื่อคนของตระกูลอานได้ยินคำนี้ ต่างก็พากันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
หลี่ญ่าหลินพูดสรุปว่า“ดังนั้น ในความคิดของผม เหมือนจะมีผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลังมากกว่า หากผมเดาไม่ผิด ทีมปฏิบัติการนี้จะต้องเป็นผู้อิทธิพลคนนั้นที่คอยดูแลบงการอยู่เป็นแน่ และเมื่อปีที่แล้ว ที่ให้ทีมปฏิบัติการนี้ถอนตัวไป และที่พวกเขาต้องเคลื่อนไหวกันอย่างพร้อมเพรียงนี้ ก็อาจเพราะปฏิบัติภารกิจสำคัญอะไรบางอย่าง”
คุณท่านเกษียณนานแล้ว เส้นสายที่มีบ้างก็ตาย บ้างก็เกษียณ บ้างก็แก่ชรา ล้มหายตายจาก เส้นสายที่พอจะใช้ได้ ก็มีไม่มากแล้ว
และอานข่ายเฟิงในฐานะผู้รับผิดชอบธุรกิจภายนอกของตระกูลอานทั้งหมด และสืบทอดธุรกิจของตระกูลอานโดยแท้มาเป็นเวลานาน ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่มีเส้นสายกว้างขวางที่สุด และมีอิทธิพลมากที่สุดของตระกูลอานในตอนนี้
หรือจะพูดว่า คุณท่านเป็นจักรพรรดิที่ได้รับความเคารพนับถือของตระกูลอาน แต่อานข่ายเฟิงเป็นจักรพรรดิองค์ปัจจุบันของตระกูลอานในตอนนี้ ที่ซึ่งกุมแผ่นดินเอาไว้ในมือ
หลังจากที่กดโทรออกแล้ววางสายไป อานข่ายเฟิงก็พูดกับทุกคนว่า“ให้คนไปตรวจเช็กแล้ว ไม่นานก็น่าจะรู้ผล”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...