เดิมทีท่านเอิร์ลฉางเซิ่งคิดว่าเย่เฉินชูนิ้วกลางขึ้นเพื่อจะท้าทายตัวเอง แต่ในตอนที่เขาได้เห็นแหวนวงนั้น รูม่านตาของเขาก็หดตัวลงอย่างฉับพลัน!
แม้เขาจะไม่เคยได้เห็นแหวนวงนี้กับตามาก่อน แต่ก็เคยได้ยินผู้มีพระคุณบรรยายถึงรูปพรรณอย่างละเอียดของมัน!
ผู้มีพระคุณบอกว่าแหวนวงนี้มีตัวเรือนเป็นสีน้ำตาลแก่ มันวาว ไม่มีลวดลายการตกแต่งใดๆ แหวนกว้างประมาณสองเซนติเมตร ซึ่งก็ราวๆ0.66ซม. ขนาดพอๆกับแหวนของผู้ชายทั่วไป
สิ่งเหล่านี้ ล้วนตรงตามแหวนที่อยู่บนมือของเย่เฉินโดยสมบูรณ์
บวกกับหลี่ญ่าหลินก็ได้เอ่ยพูดถึงหลินหว่านเอ๋อร์กับแหวนของเธอ ดังนั้นท่านเอิร์ลฉางเซิ่งลงความเห็นว่า แหวนวงนี้ ก็คือสมบัติที่ผู้มีพระคุณเฝ้าฝันหามาโดยตลอด!
ผู้มีพระคุณได้กล่าวเอาไว้ ว่าแหวนวงนี้นั้นได้ซ่อนความลึกลับอันยิ่งใหญ่ เมื่อคลายความลึกลับนี้ ไม่เพียงจะทำให้ผลการฝึกฝนนั้นก้าวไปข้างหน้า แต่ยังจะทำให้มีอายุวัฒนะด้วย
แต่จะไขความลึกลับนี้ยังไง ทั้งโลกใบนี้ก็คงมีแค่ผู้มีพระคุณเท่านั้นที่รู้ แม้แต่หลินหว่านเอ๋อร์เอง คาดว่าก็ไม่น่าจะรู้
ผู้มีพระคุณเคยพูดอยู่นับครั้งไม่ถ้วน ว่าหากใครสามารถจะหาแหวนวงนี้เจอ คนผู้นั้นก็คือผู้มีคุณูปการอันดับหนึ่งขององค์กรพั่วชิง และผู้มีพระคุณเองก็จะส่งต่อสิ่งที่ตัวเองได้ร่ำเรียนมาทั้งหมด ให้กับคนผู้นั้นอย่างไม่หวงแหน อีกทั้งก็ยังจะแบ่งปันความลึกลับที่มีของแหวนให้กับคนผู้นั้นด้วย
ดังนั้น สำหรับท่านเอิร์ลฉางเซิ่ง การทำลายล้างตระกูลอานก็ดี หรือฆ่าลูกชายของเย่ฉางอิงก็ช่าง หรือต่อให้จะจับตัวหลินหว่านเอ๋อร์ไปส่งให้ผู้มีพระคุณกับมือ ทั้งสามสิ่งนี้ ก็ไม่สำคัญเท่ากับได้นำแหวนวงนี้กลับไปให้กับผู้มีพระคุณ
คิดมาถึงตรงนี้ ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งก็รีบพูดขึ้นว่า “เจ้าหนู!ขอแค่เจ้าเอาแหวนวงนี้ให้ข้า ข้าจะปล่อยให้เจ้ากับครอบครัวของตายายเจ้าได้ไปสบายอย่างไม่ต้องเจ็บปวด นี่ถือว่าเป็นความเมตตาที่สุดที่ข้ามีให้กับเจ้า !”
เย่เฉินเย้ยหยันกลับ“เจ้าหมาแก่ หากท่านบอกรายละเอียดทั้งหมดขององค์กรพั่วชิงมา ฉันก็อาจจะเหลือร่างที่สมบูรณ์ให้ท่าน นี่ถือว่าเป็นความกรุณาอย่างที่สุดของฉันด้วยเหมือนกัน !”
ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งท่าทีดูมืดมน ตะโกนเสียงดุดัน“เจ้าหนู เจ้ามันรนหาที่!”
พูดจบ เขาก็นำมีดคุไนไม้นั้นออกมา ควบคุมมีดคุไนไม้จนเกิดเป็นใบมีด แล้วยิงมาที่เย่เฉินด้วยความเร็ว
เย่เฉินรู้ว่าคนผู้นี้มีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา หากตัวเองสู้ตายกับเขาจริงๆ ทุกคนในโฮมสเตย์ เกรงว่าก็คงไม่มีใครรอดชีวิตไปได้ ไม่แน่ว่าวิชาคาถาบางอย่าง ก็อาจจะทำให้พวกเขากลายเป็นผุยผงก็เป็นได้
ดังนั้น เขาจึงถอยร่นไปสองสามก้าวในทันที ในขณะที่หลบคมมีดที่มองไม่เห็นไปด้วย ก็พูดกับท่านเอิร์ลฉางเซิ่งไปด้วยว่า“อยากจะได้แหวน ก็ตามฉันไปยังที่ที่ไม่มีคนแล้วมาลองประมือกัน หากท่านแพ้ ก็ทิ้งศีรษะเอาไว้ หากท่านชนะ ชีวิตของฉันกับแหวนวงนี้ก็เป็นของท่าน !”
ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งเห็นเย่เฉินเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว คมมีดของตัวเองยากที่จะทำร้ายเขาได้ ก็จึงเก็บคมดาบนั้นชั่วคราว แล้วเค้นเสียงหึ“เจ้าหนู อยากจะเล่นล่อเสือออกจากถ้ำเหรอ?ข้าจะบอกอะไรให้ หากไม่ส่งแหวนนั้นมาแต่โดยดี ข้าจะฆ่าครอบครัวของตากับยายเจ้าก่อน!”
เย่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดว่าท่านเอิร์ลฉางเซิ่งจะไม่หลงกล
เย่เฉินในตอนนี้ชี้ไปที่พื้นดิน แล้วพูดเสียงดัง“ยี่สิบปีที่ผ่านมา ฉันอยู่ที่เมืองจินหลิง!ฉันอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตมายี่สิบปี!”
“จะเป็นไปได้ยังไง?!”ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งขมวดคิ้วแล้วพูดว่า“หลังจากที่พ่อกับแม่ของเจ้าตาย ไม่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่ตามหาตัวเจ้า พวกเราเองก็ตามหาเช่นกัน หาไปทั่วทั้งเมืองจินหลิง แต่ก็ไม่พบเจอร่องรอยใดๆของเจ้าเลย!”
เย่เฉินยิ้มและพูดว่า“ไม่เจอ เพราะพ่อแม่ของฉันท่านได้เตรียมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหนึ่งไว้ให้ หลังจากที่เกิดเรื่อง ฉันก็ใช้ชีวิตอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั่น ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง”
คนของตระกูลอานหลังจากที่ได้ยินคำนี้ก็ตกใจอย่างมากเช่นกัน
แม้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า พวกเขาจะเพิ่งคาดเดาได้กับข้อสงสัยที่มีเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่พวกเขายังคงไม่อยากจะเชื่อ ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เย่เฉินไม่ได้ไปไหนเลย ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองจินหลิงมาโดยตลอด
ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งผงะไปชั่วครู่ อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ“เย่ฉางอิง ช่างเป็นคนเหนือคนจริงๆ เรื่องนี้ แม้แต่ผู้มีพระคุณเองก็ยังคิดไม่ถึง……”
พูดจบ เขาก็ยิ้มเยาะอีกครั้งแล้วพูดว่า“แต่ว่าที่เจ้าพูดมาก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับข้า ข้าต้องการแค่แหวนที่นิ้วของเจ้าเท่านั้น!ส่งแหวนมา ข้าสามารถให้พวกเจ้าไม่ต้องระทมทุกข์ได้ !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...