หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า: “ตอบกลับคุณชาย ภาพวาดนี้เป็นภาพที่ข้าน้อยสร้างสรรค์ขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาพที่ทำเพื่อคุณชายโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ!”
เย่เฉินรู้สึกตะลึงงันอย่างอดไม่ได้ เขานึกไม่ถึงเลยว่าหลินหว่านเอ๋อร์จะมีฝีมือการวาดภาพที่ยอดเยี่ยมล้ำเลิศขนาดนี้ ก่อนหน้านี้พ่อตายังบอกอยู่เลยว่าสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาดจะจัดนิทรรศการจิตรกรรม เขาเครียดอยู่กับเรื่องที่หาผลงานศิลปะที่ล้ำเลิศไม่ได้ หากนำภาพวาดนี้ไปจัดแสดง เกรงว่านักจิตรกรภูเขาแม่น้ำทั้งประเทศคงต้องลุกเป็นไฟแน่นอน!
และเวลานี้จู่ ๆ หลินหว่านเอ๋อร์ก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับมือข้างขวาที่เย่เฉินสวมแหวนวงนั้น แล้วประสานมือของทั้งคู่เข้าด้วยกัน จากนั้นเธอก็พูดกับเย่เฉินด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งตารอคอย: “คุณชาย ข้าน้อยขอล่วงเกินพาคุณชายกลับไปดูสภาพของมันเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อนด้วยสายตาของท่านเองนะเจ้าคะ!”
หลังจากพูดจบ แหวนที่ไม่มีลาดเลาใด ๆ ตลอดมาในตอนแรกก็ราวกับฟังคำพูดของหลินหว่านเอ๋อร์รู้เรื่องยังไงอย่างนั้น ปลดปล่อยปราณทิพย์ออกมาเล็กน้อยแล้วพุ่งไปยังสมองของทั้งสองโดยตรง
วินาทีต่อไป เย่เฉินก็รู้สึกว่าวิสัยทัศน์ของตัวเองเลือนลางขึ้นมากะทันหัน ถัดจากนั้นก็เหมือนถูกหลินหว่านเอ๋อร์จูงมือ แล้วข้ามผ่านประตูใหญ่ไร้รูปบานหนึ่งอย่างรวดเร็ว ถัดจากนั้นก็มีลมเย็น ๆ ตีเข้าหน้า ส่วนภาพฉากที่อยู่ตรงหน้าก็มีชีวิตขึ้นมาภายในพริบตา
เขาในวินาทีนี้กำลังยืนอยู่กลางภูเขาใหญ่ที่ไร้ขอบเขตของเตียนหนาน ท้องฟ้าสดใสอย่างยิ่ง ภูเขาก็เขียวขจีจนซึมซาบเข้าไปในหัวใจ เมฆขาวที่กลิ้งไหลไปมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม ราวกับแค่เอื้อมมือก็สัมผัสกับมันได้แล้ว ริมสระสวรรค์ นอกจากต้นแม่พันธุ์ชาผู่เอ๋อร์ที่เจริญงอกงามอย่างยิ่งแล้ว ยังมีพืชไม้ดอกไม้ต่าง ๆ ที่นับไม่ถ้วน ส่วนบนผิวน้ำของสระสวรรค์มีท้องฟ้าที่สดใส เมฆขาวและภูเขาที่เขียวขจีตกกระทบ ทำให้ภาพฉากทั้งหมดดูงดงามมากจนไม่สามารถบรรยายได้ด้วยคำพูด
จากนั้นเย่เฉินก็เพ่งมองดูดี ๆ ด้านล่างของต้นแม่พันธุ์ชาผู่เอ๋อร์ มีหญิงสาวงดงามที่อยู่ในเสื้อจีนผ่าหน้าแขนยาวสีฟ้าอ่อน ควบคู่กับกางเกงหม่าเมี่ยนฉวิน กำลังนั่งจิบชาอยู่หน้าโต๊ะเล็ก ๆ หนึ่งตัว ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวก็คือหลินหว่านเอ๋อร์นั่นเอง
ในตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ชาวไร่ชาวนาจำนวนมากกำลังเด็ดใบชาบนต้นชาที่ค่อนข้างต่ำ ก่อนที่พวกเขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยใบชาแล้วเตรียมพร้อมที่จะเดินลงไปจากเขา พวกเขาล้วนจะมาถึงหน้าต้นแม่พันธุ์ชาผู่เอ๋อร์ต้นนี้ แล้วประสานมือทำท่าคารวะต้นแม่พันธุ์ต้นนี้อย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวทักทายหลินหว่านเอ๋อร์ที่เป็นคุณหนูอย่างเคารพนอบน้อม
หลินหว่านเอ๋อร์รู้จักพวกเขาทุกคน ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาทักทาย เธอก็จะอมยิ้มแล้วสอบถามดอกผลในวันนี้ของฝ่ายตรงข้าม
ส่วนชาวไร่ชาวนาก็จะเดินเข้ามาแล้วกอบโกยใบชาขึ้นมาจากตะกร้าที่แบกอยู่ด้านหลัง แล้วยื่นไปด้านหน้าเธอเพื่อให้เธอประเมินดูเช่นกัน
หลินหว่านเอ๋อร์จะใช้มือหยิบชาขึ้นมาหนึ่งกำ ใช้จมูกดมกลิ่น แล้วหยิบใบชาขึ้นมาหนึ่งใบ ใส่เข้าไปเคี้ยวในปากอย่างละเอียด ก่อนจะบอกระดับของใบชาให้พวกเขา บอกพวกเขาว่าควรจะแปรรูปใบชาในล็อตนี้ยังไง ตากแห้งยังไง ผึ่งลมยังไง นึ่งด้วยความดันเท่าไหร่ถึงจะเก็บรักษาได้ดีที่สุด
หลังจากชาวไร่ชาวนาทุกคนได้รับคำชี้แนะจากเธอแล้ว ก็ล้วนจะกล่าวขอบคุณอย่างตื้นตันใจ จากนั้นถึงจะบอกลาแล้วจากไป
พายุมรสุมนั่นก็ราวกับนัดหมายกันมายังไงอย่างนั้น สิ้นสุดลงภายในพริบตา
เมฆครึ้มบนท้องฟ้าสลายหายไป พระจันทร์ที่เต็มดวงปรากฏบนสระสวรรค์ ทำให้แผ่นดินใหญ่ถูกส่องสว่างจนเยือกเย็นและเงียบเหงา
ใต้แสงจันทร์ มีหญิงสาวที่แบกตะกร้า อยู่ในเสื้อกันฝนและสวมใส่หมวกหญ้ากำลังค่อย ๆ เดินไปหน้าต้นแม่พันธุ์ชาผู่เอ๋อร์ต้นนั้น
ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวก็คือหลินหว่านเอ๋อร์
เธอถอดหมวกหญ้าที่ใช้บังฝนลงมา หยิบขอนไม้ท่อนหนึ่งที่ถูกสายฟ้าผ่าจนกลายเป็นถ่านไม้ขึ้นมาจากพื้น กำมันไว้ในมือแล้วก้มคำนับไปทางต้นชาสามครั้ง
ต่อจากนั้น เธอไม่ได้ลงไปจากเขา แต่เป็นการนำขอนไม้ที่ถูกฟ้าผ่านั่นใส่เข้าไปในตะกร้าที่แบกอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินเข้าไปในภูเขาที่กว้างใหญ่โดยไม่หันหน้ากลับมาอีก……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...