เย่เฉินได้ยินถึงตรงนี้ ก็ตกใจจนพูดไม่ออกไปเลย
เดิมทีนึกว่า การหลบหนีหลายปีมานี้ของหลินหว่านเอ๋อร์ อาจจะใช้ชีวิตอยู่ที่ห่างไกลความเจริญมาโดยตลอด เพื่อหลบการไล่ฆ่า กลับนึกไม่ถึงว่า เธอถึงกับเดินทางในสถานที่ที่รุนแรงที่สุดของโลกอยู่ตลอด
ถึงขนาดที่ว่า ในกระบวนการที่ตัวเธอเองกำลังหลบหนี ยังอยากทุ่มเทความสามารถให้หัวเซี่ย ข้อนี้เหมือนกับหลินจู๋ว์หลูเป็นอย่างมาก เป็นพ่อลูกกันไม่มีผิดอย่างที่คาดไว้
คราวนี้ หลินหว่านเอ๋อร์พูดต่อว่า : “ดิฉันเพิ่งมาถึงเกาะฮ่องกาง ก็ได้รับการติดต่อกับแก๊งซิ่งหัว ผ่านความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ แต่ตอนที่ดิฉันเตรียมที่จะพบกับพวกเขา ก็โดนซุ่มโจมตีจากทหารหน่วยกล้าตายองค์กรพั่วชิงเข้า รอดจากอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิดจึงจะหนีออกจากปากเสือ”
เย่เฉินถามเธอ : “ตอนนั้นมีคนเผยความลับ ?”
“ใช่แล้วค่ะ” หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า พูดจากใจ : “ในตอนนั้นดิฉันไม่ทราบ คนของอู๋เฟยเยี่ยนได้เริ่มแทรกซึมถึงแก๊งซิ่งหัวตั้งนานแล้ว”
ว่าแล้ว หลินหว่านเอ๋อร์ก็พูดอีกว่า : “หลังจากรอดชีวิตจากความตายในครั้งนั้น ดิฉันจึงตระหนักได้ว่า อู๋เฟยเยี่ยนได้เริ่มแทรกซึมและวางหมากตั้งแต่เอเชียจนถึงแต่ละที่ทั่วโลกแล้ว จึงไปอเมริกาใต้ที่ค่อนข้างล้าหลัง”
“คืนก่อนสงครามโลกครั้งแรก ดิฉันได้ยินมาว่าประกาศสละบัลลังก์ ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยสามวัน จึงเสี่ยงอันตรายกลับมาที่หัวเซี่ยอีกครั้ง”
“หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่เย่นจิงได้สักระยะหนึ่ง ดิฉันก็ไปท่องเที่ยวทางเหนืออยู่ชั่วเวลาหนึ่ง จนถึงประเทศญี่ปุ่นเปิดฉากอุบัติการณ์มุกเดนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
“ดิฉันเดินทางทั่วโลกมาหลายปี โอกาสต่าง ๆ ก็ได้ทรัพย์สมบัติมาไม่น้อย และได้สะสมอสังหาริมทรัพย์ไว้ทีละเล็กทีละน้อยในที่แต่ละที่ทั่วโลกไว้ไม่น้อย ดังนั้นเด็กที่ผ่านการทดสอบพวกนี้ รอหลังจากพวกเขาบรรลุนิติภาวะ ดิฉันจะให้ทรัพย์สมบัติและโอกาสแก่พวกเขา ถึงขนาดที่จะมอบธุรกิจบางอย่างให้พวกเขาตรวจเช็ค นานวันเข้า ก็นับว่าเป็นดอกไม้ที่บานไปทั่วทุกระหองระแหงแล้ว”
เย่เฉินถามด้วยความประหลาดใจ : “พวกเขาเป็นลูกบุญธรรมของคุณหมดเลย ?”
“ไม่นับว่าเป็นหรอกค่ะ” หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้าแล้วบอก : “ดิฉันไม่อยากเสียเศร้าใจเกินไปตอนที่พวกเขาจากไป เลยไม่ลืมที่จะสร้างเขตแดนทางความรู้สึกให้ชัดเจนกับพวกเขามาโดยตลอด ดิฉันให้พวกเขาเรียกดิฉันว่าคุณมาตั้งแต่เล็ก บางคนพอพูดเป็นก็เริ่มเรียกดิฉันว่าคุณ และจนถึงอายุที่ใกล้จะลงโลงแล้ว ก็ยังคงเรียกดิฉันว่าคุณอยู่ดี”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...