เย่เฉินยิ้มอย่างเขินอาย ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรในทันที ได้แต่เปลี่ยนเรื่องและพูดว่า:“ท่าน ท่านอยู่ต่อหน้าผม ไม่จำเป็นต้องทำตัวต่ำต้อยขนาดนั้นหรอก ผมมิบังอาจ……”
เหล่าจางพูดในทันทีว่า:“ไม่ ๆ ๆ ตั้งแต่ข้าน้อยจุดประกายสติปัญญา ก็สาบานไว้ว่าจะอยู่เคียงข้างคุณหนูตลอดไป รับใช้คุณหนูไปตลอดชีวิต ท่านคือผู้มีพระคุณของคุณหนูและกระผม และยังเป็นเพื่อนของคุณหนูด้วย ผมไม่ทำตัวไร้มารยาทแน่นอน!”
พูดจบ เขาก็พูดออกมาจากใจว่า:“คุณเย่ กระผมพูดออกมาจากใจ ผมอยู่กับคุณหนูมาเกือบเก้าสิบปีแล้ว หลายปีมานี้ คุณเป็นเพื่อนคนเดียวของคุณหนู…………กระผมดีใจมาก และหวังว่าคุณกับคุณหนูจะ……”
หลินหว่านเอ๋อร์ตระหนักได้ว่าเขาพูดผิดปกติ จึงไอออกมาเล็กน้อย แล้วพูดว่า:“เหล่าจางพูดอะไรเหลวไหลน่ะ?”
เหล่าจางรีบพูดว่า:“คุณหนู พอผมเห็นผู้มีพระคุณแล้ว ก็พูดจาสะเปะสะปะทันที……”
พูดจบ จึงพูดกับเย่เฉินอีกว่า:“คุณเย่ ผมหวังว่าคุณจะมาอยู่กับคุณหนูบ่อย ๆ หลายปีมานี้ เธอไม่มีเพื่อนที่จะพูดคุยได้เลย โดดเดี่ยวมากจริง ๆ ……”
หลินหว่านเอ๋อร์อายเล็กน้อย จึงรีบพูดว่า:“เอาล่ะเหล่าจาง นายไปบอกเหล่าชิวที ให้เขาจัดให้คนใช้ทั้งหมด อยู่ในห้องของตัวเองและห้ามออกมา แล้วก็นายไปเตรียมรถด้วย ฉันจะส่งคุณเย่หน่อย”
เหล่าจางพูดโดยไม่ลังเลว่า:“กระผมรับปฏิบัติ!”
พูดจบ เขาก็ทำความเคารพเย่เฉินอีกครั้ง และพูดด้วยความเคารพว่า:“คุณเย่ ผมขอตัวก่อน!”
เย่เฉินพยักหน้า:“ท่านเดินทางปลอดภัย”
เหล่าจางไปแล้ว เย่เฉินจึงถามหลินหว่านเอ๋อร์:“คุณหลิน ชื่อของเหล่าจาง คุณเป็นคนตั้งเองเหรอ?”
“ค่ะ”หลินหว่านเอ๋อร์พูดด้วยรอยยิ้ม:“ข้าน้อยตั้งชื่อให้เขาว่าเต๋อไฉ หมายความว่าเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความรู้ความสามารถไม่ได้หมายความว่าร่ำรวย”
ทันทีที่เขาวิ่งไปที่ห้องโถงของอาคารหลักตรงลานชั้นล่าง ซุนจือต้งที่กำลังดื่มชากับชิวอิงซานถามด้วยความสงสัยว่า:“เหล่าจางทำไมวิ่งเร็วขนาดนี้?อายุมากขนาดนี้แล้ว ไม่กลัวล้มลงหมดลมหายใจตรงนี้เหรอ ……”
เหล่าจางมองทั้งสองด้วยรอยยิ้ม หอบอย่างรุนแรง พูดด้วยเสียงที่สั่นและตื่นเต้นว่า:“ข่าว……ข่าวดี……ข่าวดีสุด ๆ !”
ซุนจือต้งวางแก้วชาลง พูดด้วยรอยยิ้มว่า:“มีอะไรเหรอเหล่าจาง?นายจะแต่งงานเหรอ?”
เหล่าจางเหลือบมองเขา ดุด้วยรอยยิ้มว่า:“นายนี่มันพูดไปเรื่อยเลย!”
พูดจบ เหล่าจางก็ค่อย ๆ มานั่งตรงหน้าโต๊ะน้ำชาของทั้งสอง พูดกับทั้งสองด้วยใบหน้าที่จริงจังว่า:“ฉันรู้สึกว่าคุณหนูจะพะวงเรื่องทางโลกแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...