ไม่กี่นาทีต่อมา ลูกน้องทั้งหมดในโฮมสเตย์จื่อจิน ก็กลับไปที่ห้องของตัวเอง
เหล่าจางที่ระมัดระวัง ถึงกับให้ชิวอิงซานสั่งให้คนหยุดตรวจสอบกล้องที่โฮมสเตย์จื่อจินชั่วคราว เพราะยังไงก็เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของคุณหนู ทิ้งเงื่อนงําใด ๆ ไม่ได้
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เหล่าจางก็รายงานหลินหว่านเอ๋อร์ทาวโทรศัพท์ จากนั้นหลินหว่านเอ๋อร์จึงพูดกับเย่เฉินว่า:“คุณชาย พวกเหล่าจางเตรียมพร้อมแล้ว พวกเราลงไปกันเถอะ”
เย่เฉินพยักหน้า พูดอย่างเกรงใจว่า:“ขอบคุณคุณหลิน”
หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มหวานไปว่า:“คุณชายไม่ต้องเกรงใจข้าน้อยหรอกค่ะ”
เย่เฉินรับรูปภาพไว้ เดินออกจากลานบ้านชั้นบนสุดพร้อมกับหลินหว่านเอ๋อร์
เดินออกไปที่หน้าลานบ้าน เขาก็เห็นชายชราทั้งสามยืนเคียงข้างกันด้วยความเคารพ ที่ปลายบันไดหินยาวด้านล่าง
สิ่งที่ทำให้เย่เฉินเเย่ไม่คาดคิดก็คือ ในนั้น มีคนที่มีชื่อเสียงที่มักจะเห็นในทีวีบ่อย ๆ นั่นก็คือซุนจือต้งจากจิงเฉิง
เมื่อเขายังเด็ก มักจะได้ยินผู้อาวุโสพูดถึงเรื่องราวชีวิตที่เป็นเป็นแรงบันดาลใจของคนนี้ และยังเคยไปเยี่ยมเยียนเขากับพ่อด้วยซ้ำ แต่วันนี้เพิ่งจะรู้ว่า ที่แท้เขา ก็คือเด็กกำพร้าที่หลินหว่านเอ๋อร์รับอุปการะ
เย่เฉินและหลินหว่านเอ๋อร์ลงบันไดหินไปด้วยกัน ชายชราทั้งสามพูดกับหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยความเคารพว่า:“สวัสดีครับคุณหนู”
พูดจบ ก็มองไปที่เย่เฉิน พูดด้วยความเคารพเช่นกัน:“สวัสดีคุณเย่!”
เย่เฉินอึดอัดทันที เพราะอายุสามคนนี้รวมกันแล้วก็เกือบ ของพวกเขาทั้งสามคนก็เกือบ 300 แล้ว เกรงใจตัวเองที่อายุยี่สิบแปดแบบนี้ จึงรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
ดังนั้นเย่เฉินจึงกล่าวด้วยความเคารพว่า:“สวัสดีทั้งสามท่าน”
ซุนจือต้งมองเย่เฉิน อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ:“คุณเย่ดูเหมือนพ่อจริง ๆ อย่างที่โบราณว่าไว้เลย พ่อเป็นเสือลูกไม่เป็นหมา!”
เย่เฉินพูดด้วยความเคารพว่า:“คุณปู่ซุน ตอนเด็กผมเคยตามพ่อไปเยี่ยมคุณที่บ้าน ไม่รู้ว่าคุณยังจำได้ไหม”
ซุนจือต้งพยักหน้าและพูดว่า:“จำได้ จำได้แน่นอน พ่อแม่คุณพาคุณมา เคยทานอาหารเย็นที่บ้านผม ผมยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดี ไม่คิดว่าจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว”
ตอนนี้เองซุนจือต้งก็พูดอย่างถอนหายใจ:“เมื่ออายุเท่าผมแล้ว อะไร ๆ ก็เริ่มไม่ทำงาน ร่างกายแย่ลงเป็นเรื่องปกติ”
เย่เฉินพยักหน้าเบา ๆ ในใจคิดว่า หลินหว่านเอ๋อร์เป็นผู้มีพระคุณของตัวเอง พระคุณนี้ตัวเองควรจะตอบแทน และสามคนนี้ ก็ยังเป็นเด็กที่หลินหว่านเอ๋อร์รับมาเลี้ยงด้วย ในระหว่างนั้น ซุนจือต้งที่สถานการณ์รุนแรงอยู่ไม่ได้อีกนานแล้ว ก็แสดงความรู้สึกของตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ซุนจือต้ง ก็ยังถือว่าเป็นคนดีมีน้ำใจต่อพ่อตัวเองด้วย
ดังนั้นสถานการณ์แบบนี้ เขาจะมองดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้
ดังนั้น เขาจึงพูดว่า:“ท่านทั้งสาม คืนนี้คิษย์น้องมีเรื่องที่ต้องจัดการด่วน รอผมจัดการเรื่องพวกนี้แล้ว จะไปเยี่ยมเยียนทั้งสามท่านอีกครั้ง ถึงตอนนั้นผมจะเตรียมโอสถที่สามารถบำรุงสุขภาพของทั้งสามคนได้เอาไว้ให้ ผมเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์กับทั้งสามคน”
ทั้งสามงงเล็กน้อย
พวกเขาไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับเย่เฉิน รู้เพียงว่าเย่เฉินคือผู้มีพระคุณที่หลินหว่านเอ๋อร์พูดถึง ดังนั้น พวกเขาจึงไม่รู้ว่า โอสถของเย่เฉิน ได้ผลอย่างไร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
หม่าหลันมันไม่ได้ไร้เดียงสาต่อโลกหรอก แต่เขียนให้ถูกคือหม่าหลันมันโง่นั้นเอง เข้ามหาลัยมีชื่อเสียงได้ไง โง่ดักดานขนาดนี้ อาจารย์ที่เขียน ก้เขียนให้อีหม่าหลันดูดีเกิ้น 555...
เอาตรงๆน่ะ ผมชอบที่พระเอกมีสาวมาติด แบบเป็นปกติ หลงรักพระเอกโงหัวไม่ขึ้นผมไม่ขัดใจหรอก มาขัดใจตอนคือแบบผญ เรื่องนี้มีนลุกหนักเกินไป จนทำใจอ่านแล้วขัดใจ ถ้าลุกพอประมาณแบบนี้คืออ่านสนุกเว่อร์ แต่นี่อ่อยหนักจนเกิน เกิดอาการขัดใจสุดๆ 555...
ห๊า พระเอกไปเป็นหนี้พวกหล่อนตรงไหน พวกตัวเองชอบเย่เฉินเอง เย่เฉินไม่ได้บังคับ แล้วจะให้พระเอกคืนความรักให้พวกเอ็งเนี่ยน่ะ ส่วนพระเอกกุเห้นมึงก้ปวดใจกับผู้หญิงทุกคนแหละ -.-"...
อ๋อ พึ่งรู้ว่าพระเอกไปช่วยใคร ก้คิดว่าพระเอกชอบคนนั้น ในใจมีเขาอยู่ จะหลุดกับความคิดเฟ่ยเข้อสินถึงๆด้บอกเรื่องนี้มีแต่พวกหลงตัวเอง มีแค่ชูหรันกับซิวอี้นี่แหละความรักผญ.ดี ๆม่หลงตัวเองขนาดนั้น ขอโทษด้วยครับพอดีอินไปหน่อย...
ผู้หญิงเรื่องนี้หลงตัวเองโครต เป้นเพราะชูกันเถอะ พระเอกถึงได้มีแรงผลักนั้น ไม่ใช่นานาโกะ มโนเก่งเนาะ อีเฟ่ย...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โง่ทั้งพระเอกทั้งหลิวม่านฉง ทำตัวเป้นเมียพระเอกสะงั้น จนต้องเลื่อนผ่านขก.อ่าน ขัดใจ พระเอกแม่งก้จะแคร์ผู้หญิงทั้งโลกเลยรึไง...
ไอหลิวท่านฉง ก้มั่นหน้าเกินน่ะ คิดว่าพระเอกจะชอบมึงรึไง เล่นตัว จะหลุด...
ตระกูลเฟ่ยแม่งก้น่าขยะแขยงกันทุกตัวแหละ มีแค่เฟ่ยเข่อขิน เป้นตระกุลเดียวที่ไม่อยากให้เย่เฉนร่วมมือด้วยเลยจริงๆ เฟ่ยเจี้ยนจงแม่งก้ไม่ใช่คนดีไรนักหรอก ปากก้เอาเครื่องสวรรค์มาอ้าง สุดท้ายก้อยากจะไว้ชีวิตหลานตัวเอง น่าขยะแขยง...