ตอนที่เย่เฉินกลับไปถึงTomson Riviera เซียวฉางควนกำลังเถียงกับหม่าหลัน
เขาหยิบกระบอกกลมที่มีรูปเหมือนของเมิ่งฉางเชิง แล้วก็ได้ยินเซียวฉางควนบ่นว่า:“คุณบอกว่าวัน ๆ คุณไม่ได้ทำอะไร แม้แต่อาหารเช้าก็ไม่ทำ ไม่อยากทำอาหารก็ไม่ต้องทำ แต่สั่งอาหารน่ะ สั่งอาหารเพิ่มอีกชุดหน่อยสิ คุณสั่งของคุณเองแล้วกินจนอิ่ม ไม่เหลือให้ผมสักนิด แล้วผมยังต้องรีบไปที่สมาคม จะปล่อยให้ผมหิวไม่ได้หรอกนะ!”
หม่าหลันพูดอย่างมั่นใจว่า:“ไม่ได้ยินหรือไง ทำอะไรด้วยตัวเอง ก็จะสมดั่งใจเอง ทำไมคุณไม่ตื่นเช้ามาทำอาหารให้ฉันกินล่ะ?ยังจะให้ฉันทำให้คุณอีก ฝันหวานไปแล้ว!อีกอย่าง สั่งอาหารน่ะเสียเงินนะ?ถ้าคุณให้เงินฉันเดือนละแสนแปด ฉันจะทำให้คุณกินครบวันละสามมื้อเลย!”
เซียวฉางควนพูดด้วยความโกรธ:“เห็นแก่เงินจริง ๆ เลยนะ!”
พูดจบ ก็ก้าวออกไป
กำลังจะออกจากห้องรับแขก ก็เห็นเย่เฉินเข้ามา จึงรีบถามว่า:“ลูกเขย ทำไมกลับมาไวขนาดนี้?”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม:“จัดการธุระของลูกค้าใกล้เสร็จแล้ว ก็เลยรีบกลับมาครับ”
พูดไป เย่เฉินก็ถามเขาก่อนว่า:“อ้อพ่อครับ นิทรรศการภาพของสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาดเป็นอย่างไรบ้าง?”
เซียวฉางควนถอนหายใจ พูดอย่างหดหู่เล็กน้อย:“นิทรรศการยังเตรียมการอยู่ ฝ่ายวัฒนธรรมของจินหลิงของพวกเราก็สนับสนุนอย่างดี ให้ความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก สมาชิกของสมาคมก็ยังหาภาพวาดที่สุดยอดอยู่ ตอนนี้มีการจัดแสดงมากกว่าสามร้อยรายการ”
เย่เฉินยิ้ม:“ดีนี่ ทำไมหน้าบูดล่ะครับ?”
เซียวฉางควนพูดอย่างหดหู่:“พ่อกังวลน่ะ เพราะพวกเขาหาผลงานดี ๆ ได้ แต่พ่อหาไม่ได้ ……พวกเขาอยู่ในวงการนี้มานาน รู้จักนักสะสมบ้าง แค่ไปพูดก็ยืมผลงานมาจัดแสดงได้แล้ว แต่พ่อน่ะสิ จะยืมก็ไม่รู้จะยืมใครดี!พ่อเคยไปหาจางเอ้อเหมา ตอนนี้จางเอ้อเหมาไม่ได้ยุ่งกับพวกภาพคัดลายมือแล้ว เขาทำธุรกิจซื้อขายเป็นหลัก ขายไม้เก่าท่อนหนึ่งก็ได้เงินหลายล้าน หิวเงินมากกว่าแม่แกเสียอีก นอกจากเขาแล้ว พ่อก็ไม่รู้แหล่งเลย……”
พูดถึงตรงนี้ เซียวฉางควนก็บ่นด้วยใบหน้าไม่พอใจ:“สิ่งที่เกลียดที่สุดคือสมาชิกของสมาคมเหล่านั้น พ่อหาผลงานไม่ได้ก็ว่าไปอย่างแล้ว แต่พวกเขาหาได้ทุกวัน เหมือนกับทำข้อตกลง เอามาให้พ่อวิจารณ์ และในนั้นมีเยอะมากที่เป็นผลงานจินหลิงในช่วงปลายราชวงศ์หมิงและต้นราชวงศ์ชิง แต่จินหลิงไม่ได้เป็นที่รู้จักนัก พ่อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวแทนคือใคร ดังนั้นการรีวิวจึงน่าอาย สองสามวันนี้มีแต่เรื่องตลกเกิดขึ้น”
ตอนนี้เองหม่าหลันออกมาจากร้านอาหาร พูดอย่างเย้ยหยันว่า:“เซียวฉางควน ฉันจะบอกให้เพราะคุณมันไม่เอาไหน!คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวอักษรโบราณ ยังจะกล้าเข้าร่วมสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาดอีก คุณไม่ได้ทำเป็นเนียนว่าทำเป็นหรอกเหรอ?เมื่อก่อนทุกคนเล่นกัน มองข้อด้อยคุณไม่ออกไง ตอนนี้พอให้คุณมาออกหน้า ไม่แปลกหรอกที่คุณจะมีจุดบอด!”
เซียวฉางควนถูกหม่าหลันจี้จุด ก็มองบนใส่เธอ พูดอย่างโมโหว่า:“หม่าหลัน!ผมพูดกับลูกเขยอยู่ เกี่ยวอะไรกับคุณ คุณกินอิ่มแล้วว่างมากเหรอ?”
เซียวฉางควนได้ยิน ถามอย่างตื่นเต้นว่า:“ลูกเขย งั้นลูกค้าคนนั้นว่าไง?ยอมให้เรายืมไหม?”
เย่เฉินพูด:“ลูกค้าของผมมีสถานะพิเศษ คอลเลกชั่นจำนวนมากไม่สะดวกจัดแสดง แต่เขาก็ยังน่าสนใจมาก เมื่อรู้ว่าพ่อตาจะจัดนิทรรศการ จึงเอาภาพวาดออกมา บอกว่าจะบริจาคให้กับนิทรรศการภาพครั้งนี้”
พูดจบ เย่เฉินก็มอบม้วนภาพวาดในมือให้เซียวฉางควน
เซียวฉางควนถามอย่างตกใจ:“จะบริจาคภาพวาดให้กับนิทรรศการภาพวาดเหรอ?!ภาพอะไร?”
เย่เฉินโพล่งไปว่า:“ผมก็ไม่แน่ใจ ภาพวาดนี้ค่อนข้างลึกลับ ไม่มีลายเซ็นของผู้วาด และก็ไม่มีตราประทับ มีแต่ข้อความ คุณลองเปิดดูสิ”
เซียวฉางควนดีใจมาก รีบรับมา แล้วดึงภาพเหมือนนั้น ออกมาจากข้างใน
เซียวฉางควนไม่ใส่ใจที่จะเข้าไปดูในบ้าน เขาเปิดตรงนั้น พูดด้วยความตกใจทั้งที่ถืออยู่ในมือ:“โอ้!ภาพนี้เจ๋งมากจริง ๆ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...
ไม่ใช่ว่าข้อมูลของเย่เฉิน ตอนตั้งแต่9ขวบจนถึงปัจุบัน ไม่ใช่ว่าถังซื่อไห่ลบไปแล้วไม่ใช่หรอหรือเก้บซ่อนไว้ ถ้า้ป้นอย่างงี้ แสดงว่าองกรพั้วชิงก้สามารถหาได้เช่นกันดิ ถ้างั้น ไม่ใช่ว่าถังซื่อไห่มันลบออกข้อมูลตอนเด้กของพระเอกออกไปหรอกหรอ -.-"...