เย่เฉินเลิกคิ้วขึ้น ถามด้วยความสงสัย:“พ่อ พ่อว่าภาพวาดนี้ มันมีอะไรดี?”
เซียวฉางควนเม้มปากและพูดว่า:“ถ้าลูกจะให้พ่อพูด พ่อก็พูดไม่ออกจริง ๆ พ่อแค่คิดว่า ทักษะการวาดนั้นดี ดูสมจริง!และแน่นอนมีค่อนข้างน้อยมากในสมาคมการวาด ลูกดูที่ชายชราให้เขาวาดสิ โคตรเหมือนเลย!และที่ชายชรายืนอยู่บนหินก้อนใหญ่นี้ ดูไม่ยอมอ่อนข้อง่าย ๆ !วาดได้ดีจริง ๆ!”
เย่เฉินก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที คิดไม่ถึงว่าพ่อตาจะวิจารณ์ได้ติดดินขนาดนี้ ถ้าเมิ่งฉางเชิงได้ยิน กลัวว่าเขาคงโกรธจนแทบจะสำลัก
เวลานี้เอง เซียวฉางควนมองตัวอักษรในภาพ แล้วพึมพำว่า:“เมิ่งเชิง ชื่อกลาง ฉางหมิง ชาวฉางอาน เกิดเมื่อศักราชต้าถังหลินเต๋อ……”
พูดไป เขาก็เบิกตาโต โพล่งไปว่า:“โอ้โห ชายชราภาพนี้เป็นคนสมัยราชวงศ์ถังเหรอ?งั้นหมายความว่า ภาพนี้คนถังวาด?”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม:“ไม่แน่หรอก แต่จิตรกรไม่ได้ใส่ชื่อและเวลาไว้ พ่อก็โม้ว่าอยู่ในราชวงศ์ถังละกัน”
เซียวฉางควนยิ้มด้วยความดีใจ โพล่งออกไปว่า:“จิตรกรแห่งราชวงศ์ถัง มีมานานกว่าพันปี และยังวาดได้ดีขนาดนี้ ถ้าเอาไปที่นิทรรศการ จะเจ๋งแค่ไหนนะ?”
เย่เฉินยักไหล่ พูดด้วยรอยยิ้ม:“ประเด็นสำคัญคือภาพนี้ไม่มีลายเซ็น แม้ว่าจะเป็นภาพวาดสมัยราชวงศ์ถัง ก็ไม่สามารถค้นหาผู้วาดได้ ภาพวาดแบบนี้ยากที่จะขายในตลาดได้ และคงไม่มีความผันผวนมากนัก”
เซียวฉางควนพูด:“จะสนทำไม วาดได้ดี และยังเป็นสมัยราชวงศ์ถัง ก็เจ๋งมากพอแล้ว ถึงไม่มีความผันผวนมากนัก อย่างน้อยก็ถือเป็นการช่วยพ่อประเมินผลงานผ่านจากสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาด!”
พูดไป เขาก็รีบถามเย่เฉิน:“ลูกเขย งั้นภาพนี้ พ่อเอาไปนะ?”
เย่เฉินพยักหน้า พูดด้วยรอยยิ้ม:“พ่อ ถ้ามีคนถามพ่อเกี่ยวกับภาพวาดนี้ พ่อพูดได้ว่าคุณซื้อมาจากคนหนึ่งที่จำไม่ค่อยได้ ซื้อมาอย่างไม่ตั้งใจ ส่วนซื้ออย่างไรนั้น พ่อก็ว่าไปตามจินตนาการได้เลย โม้ได้ตามสบาย อวดได้ตามต้องการ แค่อย่าพูดความคิดที่อยู่ในใจก็พอ จะอวดยังไงก็ได้เลย”
เซียวฉางควนถามด้วยความประหลาดใจ:“เจ้าลูกเขย ให้พ่อบอกว่าเพื่อนพ่อให้มา หรือว่าเป็นของสะสมของพ่อดีล่ะ แงบบนั้นจะดูมีศักดิ์ศรีกว่าไหม?”
เย่เฉินพูดอย่างจริงจัง:“พ่อ คนอื่นไม่รู้จักภาพนี้ แต่ลูกค้าของผมรู้ ถ้าเขารู้ว่าพ่อใช้ภาพนี้ไปโม้ อาจจะตำหนิผมได้ ถ้าพ่อพูดตามที่ผมบอก พวกเขาจะรู้ว่าเราทำเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของเขา ไม่ได้เอาเงินมาบังหน้า ก็คงสบายใจมากขึ้น”
เซียวฉางควนเขินอายเล็กน้อย ถอนหายใจพูดว่า:“โอเค งั้นพ่อจะพูดตามนี้”
เห็นว่าพ่อตาทำการแสดงได้สมบูรณ์แล้ว เย่เฉินจึงพยักหน้าอย่างพอใจ ดูเหมือนว่า พ่อตาไม่เพียงแต่จำคำแนะนำทางจิตวิทยาของตัวเองได้ แต่ยังจำที่ตัวเองให้เขาโม้ได้ด้วย
เขารู้ว่า ตอนนี้ในส่วนลึกในใจของเซียวฉางควน เขาเชื่อมั่นว่า ภาพวาดนี้เป็นเขาที่ได้มาเอง แต่ว่า ตัวเองก็ไม่อยากให้รู้สึกว่าเขาโชคดีไป ดังนั้น ตัวเองจึงสร้างเรื่อง เพื่อปรับปรุงเนื้อหาของตัวเอง ทำให้ตัวเองดูมีศักดิ์ศรี
ดังนั้น เย่เฉินจึงหยังเชิงถามไปว่า:“พ่อ เกินไปไหนที่จะมาโม้กับคนในครอบครัวแบบนี้?พ่อพูดออกมาจากใจเถอะ ภาพนี้มาได้อย่างไรกันแน่?”
เซียวฉางควนหัวเราะหึหึ พูดว่า:“ยังเป็นลูกเขยที่รู้จักพ่อดี แค่มองก็บอกได้ทันทีว่าพ่อกำลังโม้”
พูดไป เซียวฉางควนก็พูดอย่างมีเลศนัยว่า:“พ่อบอกตรง ๆ นะ ภาพนี้พ่อซื้อมาโดยไม่ตั้งใจ แค่มันไม่ได้ลึกลับเหมือนที่เพิ่งพูดไป เมื่อวานพ่อออกไปข้างนอก มีผู้ชายคนหนึ่งหยุดพ่อที่หน้าประตูTomson Riviera ยืนกรานที่จะขายภาพนี้ให้พ่อ และราคาที่ขอคือเพียงร้อยหยวน พ่อคิดว่าภาพวาดนี้ก็ไม่เลว แม้ว่าจะเป็นงานปัจจุบันก็แค่หนึ่งร้อย นี่พ่อได้เปรียบชัด ๆ ? ดังนั้นฉันเลยซื้อมา!”
เย่เฉินพยักหน้าอย่างพอใจ พูดด้วยรอยยิ้ม:“เอาล่ะพ่อ พ่อรีบไปหาสถานที่ในสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาดเถอะ ถ้าไม่ทำตัวให้สูงส่ง ตำแหน่งรองประธานก็คงทำต่อไปไม่ได้แล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
หม่าหลันมันไม่ได้ไร้เดียงสาต่อโลกหรอก แต่เขียนให้ถูกคือหม่าหลันมันโง่นั้นเอง เข้ามหาลัยมีชื่อเสียงได้ไง โง่ดักดานขนาดนี้ อาจารย์ที่เขียน ก้เขียนให้อีหม่าหลันดูดีเกิ้น 555...
เอาตรงๆน่ะ ผมชอบที่พระเอกมีสาวมาติด แบบเป็นปกติ หลงรักพระเอกโงหัวไม่ขึ้นผมไม่ขัดใจหรอก มาขัดใจตอนคือแบบผญ เรื่องนี้มีนลุกหนักเกินไป จนทำใจอ่านแล้วขัดใจ ถ้าลุกพอประมาณแบบนี้คืออ่านสนุกเว่อร์ แต่นี่อ่อยหนักจนเกิน เกิดอาการขัดใจสุดๆ 555...
ห๊า พระเอกไปเป็นหนี้พวกหล่อนตรงไหน พวกตัวเองชอบเย่เฉินเอง เย่เฉินไม่ได้บังคับ แล้วจะให้พระเอกคืนความรักให้พวกเอ็งเนี่ยน่ะ ส่วนพระเอกกุเห้นมึงก้ปวดใจกับผู้หญิงทุกคนแหละ -.-"...
อ๋อ พึ่งรู้ว่าพระเอกไปช่วยใคร ก้คิดว่าพระเอกชอบคนนั้น ในใจมีเขาอยู่ จะหลุดกับความคิดเฟ่ยเข้อสินถึงๆด้บอกเรื่องนี้มีแต่พวกหลงตัวเอง มีแค่ชูหรันกับซิวอี้นี่แหละความรักผญ.ดี ๆม่หลงตัวเองขนาดนั้น ขอโทษด้วยครับพอดีอินไปหน่อย...
ผู้หญิงเรื่องนี้หลงตัวเองโครต เป้นเพราะชูกันเถอะ พระเอกถึงได้มีแรงผลักนั้น ไม่ใช่นานาโกะ มโนเก่งเนาะ อีเฟ่ย...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โง่ทั้งพระเอกทั้งหลิวม่านฉง ทำตัวเป้นเมียพระเอกสะงั้น จนต้องเลื่อนผ่านขก.อ่าน ขัดใจ พระเอกแม่งก้จะแคร์ผู้หญิงทั้งโลกเลยรึไง...
ไอหลิวท่านฉง ก้มั่นหน้าเกินน่ะ คิดว่าพระเอกจะชอบมึงรึไง เล่นตัว จะหลุด...
ตระกูลเฟ่ยแม่งก้น่าขยะแขยงกันทุกตัวแหละ มีแค่เฟ่ยเข่อขิน เป้นตระกุลเดียวที่ไม่อยากให้เย่เฉนร่วมมือด้วยเลยจริงๆ เฟ่ยเจี้ยนจงแม่งก้ไม่ใช่คนดีไรนักหรอก ปากก้เอาเครื่องสวรรค์มาอ้าง สุดท้ายก้อยากจะไว้ชีวิตหลานตัวเอง น่าขยะแขยง...