เครื่องบินของผู้อาวุโสใหญ่ทั้งสามกลับหัวไป ทำให้ภายในใจของเย่เฉินรู้สึกถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้
ต่อหน้าองค์กรพั่วชิง ถึงแม้ว่าตนจะอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรอง แต่ว่าได้ประมือกับองค์กรพั่วชิงหลายครั้ง ตนเอาชนะได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ตอนนี้ องค์กรพั่วชิงไม่เพียงสูญเสียหน่วยทหารกล้าตายหน่วยหนึ่งไป ยังสูญเสียท่านเอิร์ลทั้งสามไปอีก สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ครั้งนี้ ๆได้เริ่มทำให้อู๋เฟยเยี่ยนพะวงหน้าพะวงหลัง
เย่เฉินเคยคาดคะเนภายในใจจิตใจของอู๋เฟยเยี่ยน ถึงแม้ไม่เคยเห็นหน้า แต่สามารถรู้สึกได้ถึงลักษณะเด่นสองสามจุดใหญ่ของผู้หญิงคนนี้ จุดหนึ่งคือมีนิสัยขี้ระแวง จุดหนึ่งคือมีความระมัดระวังรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง
ถ้าหากไม่ใช่เป็นคนขี้ระแวง เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่จะใช้แค่เพียงคนสนิท เป็นส่วนสำคัญขององค์กรพั่วชิง ทั้งหมดล้วนควบคุมอยู่ในมือของคนตระกูลอู๋
ถ้าหากไม่ใช่ระมัดระวังรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่จะพยายามปกปิดตัวตนของตัวเองอย่างสุดความสามารถ เกรงว่าคนนอกจะรู้จักตนเอง
ดังนั้น ยิ่งมีลักษณะนิสัยแบบนี้ ก็ยิ่งไม่กล้าพนันด้วยเดิมพันสูง
เนื่องด้วยเหตุนี้ เย่เฉินถึงวินิจฉัยได้ว่า ทันทีที่ภาพวาดของเมิ่งฉางเชิงปล่อยออกมา เธอไม่กล้ามาเมืองจินหลิงอีกแน่นอน
เย่เฉินที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เตรียมที่จะโทรศัพท์หาหลินหว่านเอ๋อร์เพื่อแจ้งข่าวดี แล้วก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นบ้าง
แต่คิดไม่ถึงว่า ทันทีที่ตนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา โทรศัพท์ของหลินหว่านเอ๋อร์ก็โทรมาก่อน
เย่เฉินรับโทรศัพท์ ก็ได้ยินหลินหว่านเอ๋อร์ปลายสายทางด้านนั้น: “คุณชาย ดิฉันเพิ่งจะค้นพบ มีเครื่องบินโบอิ้ง777ลำหนึ่งที่บินมาจากบัวโนสไอเรส ทันใดนั้นก็หันหัวกลับ! ผู้อาวุโสใหญ่ทั้งสามก็น่าจะอยู่บนเครื่องบินลำนั้นละมั้ง?”
พูดไป หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดของคำถามข้อนี้ แต่ถามเย่เฉิน: “ไม่ทราบว่าต่อจากนี้ไปคุณชายมีแผนการอย่างไร?”
เย่เฉินกล่าว: “ตอนนี้ยังไม่ได้มีแผนการอะไร คุณตาของผมยังอยู่ที่เมืองจินหลิง ผมตั้งใจว่าจะเจอหน้ากับเขาสักครั้ง บุญคุณความแค้นหลายปีมานี้ ก็ถึงเวลาที่จะพูดคุยอย่างชัดเจนต่อหน้าแล้ว”
หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวอย่างเห็นด้วย: “คุณชายก็ควรที่จะไปพบหน้าพวกเขาแล้วจริงๆ เมื่อคืนนี้จนถึงตอนนี้ เชื่อว่าพวกเขาคงรอการปรากฏตัวของคุณชายอีกครั้งมาตลอด”
เย่เฉินจ้องมองเวลา เวลานี้ยังไม่ถึงตอนกลางวัน ดังนั้นจึงกล่าว: “การต่อสู้เมื่อวานทำให้จิตใจของคนเหนื่อยล้าจริงๆ ตอนนี้อู๋เฟยเยี่ยนได้เรียกผู้อาวุโสใหญ่ทั้งสามถอยกลับไปรังขององค์กรพั่วชิง ในที่สุดผมก็ได้หายใจอย่างโล่งอกชั่วขณะ ตอนบ่ายผมก็จะพักผ่อนเป็นอย่างดีที่บ้าน ตอนกลางคืนค่อยไปที่บ้านคุณตา”
หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวเห็นด้วย: “เมื่อคืนนี้จนถึงตอนนี้ คุณชายเจออะไรมาเยอะมากเกินไป ควรจะพักผ่อนให้ดีจริงๆ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
หม่าหลันมันไม่ได้ไร้เดียงสาต่อโลกหรอก แต่เขียนให้ถูกคือหม่าหลันมันโง่นั้นเอง เข้ามหาลัยมีชื่อเสียงได้ไง โง่ดักดานขนาดนี้ อาจารย์ที่เขียน ก้เขียนให้อีหม่าหลันดูดีเกิ้น 555...
เอาตรงๆน่ะ ผมชอบที่พระเอกมีสาวมาติด แบบเป็นปกติ หลงรักพระเอกโงหัวไม่ขึ้นผมไม่ขัดใจหรอก มาขัดใจตอนคือแบบผญ เรื่องนี้มีนลุกหนักเกินไป จนทำใจอ่านแล้วขัดใจ ถ้าลุกพอประมาณแบบนี้คืออ่านสนุกเว่อร์ แต่นี่อ่อยหนักจนเกิน เกิดอาการขัดใจสุดๆ 555...
ห๊า พระเอกไปเป็นหนี้พวกหล่อนตรงไหน พวกตัวเองชอบเย่เฉินเอง เย่เฉินไม่ได้บังคับ แล้วจะให้พระเอกคืนความรักให้พวกเอ็งเนี่ยน่ะ ส่วนพระเอกกุเห้นมึงก้ปวดใจกับผู้หญิงทุกคนแหละ -.-"...
อ๋อ พึ่งรู้ว่าพระเอกไปช่วยใคร ก้คิดว่าพระเอกชอบคนนั้น ในใจมีเขาอยู่ จะหลุดกับความคิดเฟ่ยเข้อสินถึงๆด้บอกเรื่องนี้มีแต่พวกหลงตัวเอง มีแค่ชูหรันกับซิวอี้นี่แหละความรักผญ.ดี ๆม่หลงตัวเองขนาดนั้น ขอโทษด้วยครับพอดีอินไปหน่อย...
ผู้หญิงเรื่องนี้หลงตัวเองโครต เป้นเพราะชูกันเถอะ พระเอกถึงได้มีแรงผลักนั้น ไม่ใช่นานาโกะ มโนเก่งเนาะ อีเฟ่ย...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โง่ทั้งพระเอกทั้งหลิวม่านฉง ทำตัวเป้นเมียพระเอกสะงั้น จนต้องเลื่อนผ่านขก.อ่าน ขัดใจ พระเอกแม่งก้จะแคร์ผู้หญิงทั้งโลกเลยรึไง...
ไอหลิวท่านฉง ก้มั่นหน้าเกินน่ะ คิดว่าพระเอกจะชอบมึงรึไง เล่นตัว จะหลุด...
ตระกูลเฟ่ยแม่งก้น่าขยะแขยงกันทุกตัวแหละ มีแค่เฟ่ยเข่อขิน เป้นตระกุลเดียวที่ไม่อยากให้เย่เฉนร่วมมือด้วยเลยจริงๆ เฟ่ยเจี้ยนจงแม่งก้ไม่ใช่คนดีไรนักหรอก ปากก้เอาเครื่องสวรรค์มาอ้าง สุดท้ายก้อยากจะไว้ชีวิตหลานตัวเอง น่าขยะแขยง...