เวลานี้หลินจู๋ว์หลูกลับไม่อยากรับแหวนไว้ รีบปฏิเสธไปว่า:”อาจารย์ ท่านช่วยเหลือศิษย์มากไปแล้ว แหวนวงนี้ ศิษย์รับไว้ไม่ได้……”
เมิ่งฉางเชิงยิ้มบาง ๆ โยนแหวนให้หลินจู๋ว์หลู แล้วแหวนวงนั้นก็หายไปกลางอากาศทันที จากนั้น ก็สวมไปที่นิ้วของหลินจู๋ว์หลู
หลินจู๋ว์หลูยังไม่รู้สาเหตุ เมิ่งฉางเชิงก็พูดว่า:“จู๋ว์หลู แหวนได้จำคุณเป็นเจ้านายแล้ว ดังนั้นคุณควรเก็บมันไว้ให้ดี วันข้างหน้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ แหวนวงนี้อาจช่วยชีวิตคุณได้”
พูดจบ นกกระเรียนสองตัวที่เมิ่งฉางเชิงเลี้ยงไว้ก็เข้ามาทันที นกกระเรียนสองตัวยืนอยู่ทั้งสองข้างของเมิ่งฉางเชิง เอาคอพิงไปที่ตัวเขาตลอด และส่งเสียงครวญครางไม่หยุด
เมิ่งฉางเชิงยื่นสองมือไปลูบนกกระเรียนสองตัวนี้ จากนั้นยืนขึ้น แล้วพูดว่า:“เวลาของอาจารย์หมดแล้ว ขอให้พวกคุณโชคดี ออกไปจากที่นี่ อย่าได้กลับมาอีก”
หลินจู๋ว์หลูน้ำตาไหลทั่วหน้า พูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า:“อาจารย์ ศิษย์อยากส่งท่านครั้งสุดท้าย!”
เมิ่งฉางเชิงโบกมือ:“อาจารย์ฝึกฝนที่นี่มาหลายร้อยปีแล้ว ที่นี่ไม่ใช่แค่ถ้ำของอาจารย์ แต่เป็นหลุมฝังศพที่อาจารย์นั่งสมาธิมรณภาพด้วย”
พูดจบ เขาก็มองไปที่นกกระเรียนสองตัว พูดอย่างใจเย็นว่า:“มีพวกมันติดตามอาจารย์ไปก็พอแล้ว”
พูดจบ ทันใดนั้นเมิ่งฉางเชิงก็เหยียดมือขวาออก โบกแขนเสื้อ ตรงหน้าหลินหลินจู๋ว์หลูและอู๋เฟยเยี่ยนก็มืดลงทันที จากนั้น ทั้งสองคนก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ตัวเองได้กลับไปในถ้ำที่ก่อนหน้านี้นั่งสมาธิฝึกฝนอยู่
หลินจู๋ว์หลูตะโกนไปว่า:“อาจารย์!”
พูดจบ ก็รีบวิ่งออกจากถ้ำ แต่ถ้ำเดิมที่อาจารย์เคยฝึกฝนและสิงสถิตอยู่ กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา ถ้ำใหญ่นั้นหายไปหมดแล้ว ราวกับไม่เคยมีมาก่อน
“ตบปาก?”อู๋เฟยเยี่ยนพูดอย่างไม่พอใจว่า:“ไอ้แก่นั่นฝึกฝนมาเป็นพันปี ต้องมีวิชา โอสถและเครื่องมือทางธรรมอยู่ในมือนับไม่ถ้วนแน่ แต่ก่อนตายดันให้โอสถพวกเราคนละเม็ด นี่มันมากเกินไปแล้วจริง ๆ!”
หลินจู๋ว์หลูตวาดอย่างโกรธจัดว่า:“เหลวไหล!อาจารย์ช่วยพวกเรา พาพวกเราเข้าถึงเต๋า ช่วยเราต่อสู้กับชิง พระคุณนี้ ก็เหมือนกับพ่อแม่ ทำไมคุณถึงพูดคำพูดที่ไม่มีเหตุผลแบบนี้ได้!”
“ฉันพูดผิดงั้นเหรอ?!”อู๋เฟยเยี่ยนตะโกนด้วยความโกรธ:“เขาจะตายอยู่แล้ว แล้วยังจะหวงวิชากับพวกเราสองคนแบบนี้อีก!เก็บวิชา ของมีค่าแบบนั้นไปเพื่ออะไร?หรือต้องเก็บเอาไว้เพื่อรอคนที่มีวาสนาต่อกันอ่ะนะ?!ถ้าจะบอกว่ามีวาสนา งั้นพวกเราทั้งสามยังมีวาสนาไม่พออีกเหรอ?!”
หลินจู๋ว์หลูกัดฟันและพูดว่า:“เฟยเยี่ยน สิ่งที่คุณพูดในวันนี้ ทำให้ฉันพูดไม่ออกเลย!คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่า คุณจะระยำและดื้อรั้นได้ขนาดนี้!”
อู๋เฟยเยี่ยนก็เต็มไปด้วยความโกรธ ดังนั้นจึงพูดอย่างเยือกเย็นว่า:“ศิษย์พี่ อย่าเข้าข้างไอ้แก่นั่นนักเลย ตอนนี้เขาตายแล้ว งั้นเราสองคนก็ควรจะใช้ยายั้งอายุนี้ แล้วรีบฝึกฝนให้พัฒนาขึ้น หาของดีที่ไอ้แก่นี่เก็บไว้เถอะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...