ตระกูลอานรู้ว่า“ผู้มีพระคุณ”ของตนเอง กับ“ผู้มีพระคุณ”ตระกูลเฟ่ยเป็นคนเดียวกันตั้งนานแล้ว
เพียงแต่ ตอนที่อานโฉงชิวรู้ บุคคลใหญ่โตที่มีวิธีการที่เหนือคนทั่วไปที่อยู่เบื้องหลังคนนั้น คาดไม่ถึงว่าจะเป็นหลานชายที่หายตัวไปยี่สิบปีของตน เขายังรู้สึกว่าน่าเหลือเชื่ออยู่หน่อยๆ
เย่เฉินในเวลานี้ก็ไม่ปิดบังเช่นกัน กล่าวเรียบ ๆ: “ในวันงานประมูลยาอายุวัฒนะ คุณท่านเฟ่ยมีความตั้งใจที่จะซื้อยาอายุวัฒนะเม็ดหนึ่ง ผลสุดท้ายคิดไม่ถึงว่ากลับถูกฉวยโอกาสแย่งสิทธิ์ไป ผมกับคุณหนูเฟ่ยอย่างน้อยก็มีความสนิทสนมกันอยู่บ้าง ดังนั้นจึงช่วยพวกเขาสองคนปู่หลานสักครั้ง”
อานโฉงชิวพยักหน้าเบา ๆ กล่าวอย่างทอดถอนใจ: “คิดไม่ถึงจริง ๆเลย......หลานชายคนโตของน้าคนนี้ จะมีความสามารถเหนือเมฆขนาดนี้ คนที่มีความทะเยอทะยานมักจะทำเรื่องใหญ่สำเร็จจริงๆ!”
หลี่ญ่าหลินที่ไม่ได้พูดจามาโดยตลอดเวลานี้เอ่ยปากกล่าว: “โฉงชิว คุณอย่าลืม แม้แต่ชีวิตของฉัน ก็เป็นคุณเย่อที่ช่วยเอาไว้”
“ใช่ใช่ใช่”อานโฉงชิวได้สติกลับคืนมา เอ่ยปากกล่าว: “ช่างวิเศษจริง ๆ! ก่อนหน้านี้ได้ยินพี่เขยน้าพูดเรื่องแปลกประหลาดพวกนี้ขึ้นมายังมีความรู้สึกเหยียดหยามอยู่หน่อยๆ คิดอยู่เสมอว่าเขาเป็นปัญญาชนดีดีคนหนึ่ง คนหนุ่มที่มีความสามารถโดดเด่นด้านการเงินดีดีคนหนึ่ง ว่างจนต้องไปศึกษาเกี่ยวกับการฝึกฝน การสืบทอด ดวงชะตาเกิดทุกวันเรียกว่าไม่เอาถ่านจริงๆเลย ตอนนี้ดูเหมือนว่า ที่แท้เขาได้สืบรู้ความเร้นลับในนั้นตั้งแต่แรกแล้ว มิน่าถึงได้มุ่งมั่นขนาดนั้น......”
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะถาม: “น้าชายใหญ่ น้าพูดว่าพ่อผมศึกษาการฝึกฝนสืบทอดกับดวงชะตาเกิดมาโดยตลอด”
“ใช่!”อานโฉงชิวพยักหน้า กล่าว: “ตอนนั้นตอนที่พ่อกับแม่ของหลานอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ก็เริ่มศึกษาเรื่องเหนือจินตนาการพวกนี้ ตอนนั้นน้ายังไม่เชื่อ คิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทั้งสองคนศึกษาไม่แตกต่างกับกำลังภายในตอนนั้น”
เย่เฉินประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง หลุดปากเอ่ยถาม: “น้าชายใหญ่ หนังสือที่พ่อกับแม่ของผมอ่านชื่ออะไร น้ายังจำได้ไหมครับ?”
อานโฉงชิวครุ่นคิด เอ่ยปากกล่าว: “ถ้าหากน้าจำไม่ผิดละก็ น่าจะชื่อว่าคัมภีร์เก้าอะไร สี่ตัวอักษร แต่ว่าตัวที่สองน้าจำไม่ค่อยได้แล้ว”
เย่เฉินเบิกตากว้าง เอ่ยถามอย่างไม่รู้ตัว: “น้าชายใหญ่ ใช่เก้าเสวียนไหมครับ?”
อานโฉงชิวกล่าวอย่างเข้าใจในทันที: “ใช่ใช่ใช่! คือเก้าเสวียน! จิ่วเสวียนจิงซวี้(บทนำตำราเก้าเสวียน) ฟังดูประหลาดๆ ตอนแรกเริ่มน้ายังคิดว่าเป็นตำราเล่มหนึ่ง ผลปรากฏว่าพ่อของหลานพูดว่า นั่นเป็นกุญแจที่เปิดประตูใหญ่ของโลกอีกใบหนึ่ง น้าคิดมาตลอดว่าเขาเป็นโรคจิต......”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...