ว่าแล้ว เย่เฉินก็พูดอีกว่า : “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมคิดว่าที่พ่อแม่ผมไปเมืองจินหลิงในตอนนั้น ก็เป็นเพราะทะเลาะกับคุณปู่รวมทั้งตระกูลเย่ บีบให้ไม่มีทางเลือก จึงจะไปตั้งถิ่นฐานที่เมืองจินหลิง ดังนั้นในความเข้าใจตลอดเวลาที่ผ่านมาของผม ผมก็คิดว่าคุณปู่กับคนตระกูลเย่ ต่างไล่พ่อแม่ผมออกจากตระกูล จึงจะทำให้พวกเขาถูกฆ่าในต่อมา พวกเขาเป็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ผมทางอ้อม ดังนั้นในเวลาที่นานพอสมควร ผมเลยอาฆาตครอบครัวของคุณปู่เป็นอย่างมาก”
คราวนี้หลี่ญ่าหลินเอ่ยปากบอก : “ลุงอาน ป้าอานครับ ตอนนั้นสองสามีภรรยาเฉิงซี จะต้องเตรียมพร้อมให้เฉินเอ๋อเรียบร้อยแล้วเป็นแน่ครับ และเหลือทองถอยให้เขาแล้ว ไม่อย่างนั้นละก็ เฉินเอ๋อไม่มีทางถูกลูกน้องของฉางอิงเคลื่อนย้ายความปลอดภัยในวันนั้นที่พวกเขาเกิดเรื่อง แถมฉางอิงจัดการให้คนพาเฉินเอ๋อไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเปลี่ยนคนที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทั้งหมดเป็นลูกน้องของตัวเองไว้ล่วงหน้า อุบายนี้หลักแหลมสุด ๆ ไปเลย และหลอกคนที่วางแผนที่จะค้นหาเฉินเอ๋อให้ผ่านไปได้ด้วย นี่ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเขาได้วางแผนทุกอย่างไว้เรียบร้อยตั้งนานแล้ว”
ว่าแล้ว หลี่ญ่าหลินก็พูดเอาจริงเอาจัง : “ดังนั้น กลับไปที่คำถามนั้นที่โยวโยวพูดไปเมื่อครู่ ผมคิดว่าเฉิงซีกับฉางอิงพาเฉินเอ๋อไปที่เมืองจินหลิง ไม่เพียงแต่มีการเตรียมการของพวกเขาเอง ยังมีความลับที่น้อยคนที่จะรู้ของพวกเขาเองด้วย”
อานฉี่ซานพูดพึมพำ : “ฉันยังคิดไม่ออกอยู่หน่อย……ต่อให้พวกเขาเตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แต่จุดประสงค์ที่ทำขนาดนี้คืออะไรล่ะ ?”
“ต่อให้เตรียมการดีแค่ไหนก็มีความเสี่ยงจากความประมาทได้อยู่ดี และเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ หากว่าเกิดความประมาทเข้า งั้นก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันกับชีวิตคน ต่อให้อยากแก้ไข ก็ไม่มีโอกาสอีกแน่นอน”
“มิหนำซ้ำ เป้าหมายที่เสี่ยงอันตรายนี้ไม่ใช่ใครอื่น เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา !”
“ตามความคิดของคนปกติ หากว่าเหตุการณ์หนึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะก่อให้ถึงแก่ความตาย ไม่มีใครยอมให้ลูกของตัวเองรับความเสี่ยงพวกนี้หรอก แต่เขากับเฉิงซีดันต้องการให้เฉินเอ๋อไปเสี่ยงอันตรายนี้ นี่เป็นการไม่มีความรับผิดชอบไปหน่อยหรือเปล่า ?”
“ไม่ว่าตอนนั้นพวกเขามอบเธอให้ตระกูลเย่หรือว่ามอบให้ตระกูลอานเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เธอก็ลำบากมากทั้งนั้น ถึงขนาดที่ไม่มีทางที่จะเติบโตเป็นเธอในวันนี้ บางทีพ่อแม่ของเธอในตอนนั้นได้มีการมองการณ์ไกลแล้ว และได้คาดเดาพัฒนาการของเธอในวันนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว”
จังหวะนี้ หลี่ญ่าหลินที่อยู่ด้านข้างถามเย่เฉินขึ้นมากะทันหัน : “คุณเย่ครับ ในเมื่อคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณได้กุมพลังบางอย่างที่ค่อนข้างมหัศจรรย์เอาไว้ บางทีสืบต้นสายปลายเหตุในนั้นได้แล้ว งั้นจะมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับพลังที่คุณกุมต่อจากนี้หรือเปล่าครับ ?”
เย่เฉินโดนเขาถามจนอึ้งไปเล็กน้อย จู่ ๆ นึกถึงความคิดที่น่าแปลกใจมาก ๆ ขึ้นมาได้ : “หรือว่า ที่ฉันได้ตำราเก้าเสวียนเทียนมาไม่ได้เป็นความบังเอิญ ? หากว่าไม่ได้เป็นความบังเอิญ งั้นเป็นสาเหตุอะไรกันแน่ ที่ทำให้ฉันได้มรดกนี้ หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตไปยี่สิบปี ? !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
หม่าหลันมันไม่ได้ไร้เดียงสาต่อโลกหรอก แต่เขียนให้ถูกคือหม่าหลันมันโง่นั้นเอง เข้ามหาลัยมีชื่อเสียงได้ไง โง่ดักดานขนาดนี้ อาจารย์ที่เขียน ก้เขียนให้อีหม่าหลันดูดีเกิ้น 555...
เอาตรงๆน่ะ ผมชอบที่พระเอกมีสาวมาติด แบบเป็นปกติ หลงรักพระเอกโงหัวไม่ขึ้นผมไม่ขัดใจหรอก มาขัดใจตอนคือแบบผญ เรื่องนี้มีนลุกหนักเกินไป จนทำใจอ่านแล้วขัดใจ ถ้าลุกพอประมาณแบบนี้คืออ่านสนุกเว่อร์ แต่นี่อ่อยหนักจนเกิน เกิดอาการขัดใจสุดๆ 555...
ห๊า พระเอกไปเป็นหนี้พวกหล่อนตรงไหน พวกตัวเองชอบเย่เฉินเอง เย่เฉินไม่ได้บังคับ แล้วจะให้พระเอกคืนความรักให้พวกเอ็งเนี่ยน่ะ ส่วนพระเอกกุเห้นมึงก้ปวดใจกับผู้หญิงทุกคนแหละ -.-"...
อ๋อ พึ่งรู้ว่าพระเอกไปช่วยใคร ก้คิดว่าพระเอกชอบคนนั้น ในใจมีเขาอยู่ จะหลุดกับความคิดเฟ่ยเข้อสินถึงๆด้บอกเรื่องนี้มีแต่พวกหลงตัวเอง มีแค่ชูหรันกับซิวอี้นี่แหละความรักผญ.ดี ๆม่หลงตัวเองขนาดนั้น ขอโทษด้วยครับพอดีอินไปหน่อย...
ผู้หญิงเรื่องนี้หลงตัวเองโครต เป้นเพราะชูกันเถอะ พระเอกถึงได้มีแรงผลักนั้น ไม่ใช่นานาโกะ มโนเก่งเนาะ อีเฟ่ย...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โง่ทั้งพระเอกทั้งหลิวม่านฉง ทำตัวเป้นเมียพระเอกสะงั้น จนต้องเลื่อนผ่านขก.อ่าน ขัดใจ พระเอกแม่งก้จะแคร์ผู้หญิงทั้งโลกเลยรึไง...
ไอหลิวท่านฉง ก้มั่นหน้าเกินน่ะ คิดว่าพระเอกจะชอบมึงรึไง เล่นตัว จะหลุด...
ตระกูลเฟ่ยแม่งก้น่าขยะแขยงกันทุกตัวแหละ มีแค่เฟ่ยเข่อขิน เป้นตระกุลเดียวที่ไม่อยากให้เย่เฉนร่วมมือด้วยเลยจริงๆ เฟ่ยเจี้ยนจงแม่งก้ไม่ใช่คนดีไรนักหรอก ปากก้เอาเครื่องสวรรค์มาอ้าง สุดท้ายก้อยากจะไว้ชีวิตหลานตัวเอง น่าขยะแขยง...