เวลาห่างยี่สิบปี ครั้งแรกที่ได้กินข้าวกับครอบครัวคุณตาคุณยายด้วยกัน แต่ยังไม่ทันได้กินข้าว เย่เฉินก็รู้สึกว่าสมองของตัวเองไม่พอใช้แล้ว
เขาไม่ได้บอกคุณตา คุณยายรวมทั้งหลี่ญ่าหลิน เรื่องที่ตัวเองได้ตำราเก้าเสวียนเทียน จนถึงตอนนี้ เขาบอกเรื่องนี้ให้เพียงหลินหว่านเอ๋อร์เท่านั้น ไม่ได้เป็นเพียงเพราะ หลินหว่านเอ๋อร์ได้แบ่งปันความลับที่เธอใช้ชีวิตเกือบสี่ร้อยปีกับตัวเองหรอก ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ส่วนลึก ๆ ในใจเขาคิดว่า ตัวเองกับหลินหว่านเอ๋อร์ได้มีจุดที่คล้ายกันอย่างยิ่ง ในระดับหนึ่ง ถึงขนาดที่พูดได้ว่าเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันอยู่ด้วย บอกว่าเป็นคนรู้ใจ ก็ไม่ถือว่ามากเกินไปเลยสักนิด
ในเวลานี้ เย่เฉินคิดเพียงอยากเจอหลินหว่านเอ๋อร์ให้เร็วที่สุดเท่านั้น
เนื่องจากเขาคิดตามจิตใต้สำนึกว่า เรื่องดวงชะตาเกิดมังกร จิ่วเสวียนจิงซวี้กับตำราเก้าเสวียนเทียน ตัวเองบอกให้หลินหว่านเอ๋อร์ฟังเพียงเท่านั้น หลินหว่านเอ๋อร์มีประสบการณ์และความรู้ที่กว้างขวาง ไม่แน่ว่าสามารถตอบคำถามความงงงวยในใจให้ตัวเองได้
ต่อให้หลินหว่านเอ๋อร์ไม่รู้ความลี้ลับในนี้ก็ตาม ถ้าอย่างนั้นเย่เฉินก็คิดว่า เธอเป็นคนที่ไว้ระบายความในใจที่เยี่ยมที่สุด ความงงงวยในใจพวกนี้ของตัวเอง สามารถพูดให้เธอฟังได้
แม้ว่าเย่เฉินไม่ได้เปิดเผยออกมาโดยตลอด แต่ตั้งแต่หลังจากที่แบ่งปันความลับที่ส่วนลึกที่สุดในใจของตัวเองให้เธอ ที่คฤหาสน์นอกของหลินหว่านเอ๋อร์ ในใจของตัวเองก็มีความรู้สึกผ่อนคลายอย่างหนึ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
แม้ว่าเขากับหลินหว่านเอ๋อร์เคยพบเจอกันไม่กี่ครั้งเพียงเท่านั้น แต่ต่างถืออีกฝ่ายเป็นคนที่ควรค่าแก่การไว้วางใจที่สุด
ในเวลานี้ คุณท่านอานฉี่ซานเหมือนจะมองออกว่าเย่เฉินมีเรื่องในใจที่พูดยาก ครั้นแล้วเลยรีบพูดเบี่ยงประเด็น : “เฉินเอ๋อ เมื่อกี้แนะนำแค่น้าชายใหญ่ของเธอเพียงเท่านั้น ฉันแนะนำน้ากับน้าสาวสองคนที่เหลือของเธอให้เธอต่อนะ”
ว่าแล้ว เขาชี้ไปทางอานข่ายเฟิง แล้วเอ่ยปากบอก : “เฉินเอ๋อ คนนี้คืออานข่ายเฟิงน้าชายรองของเธอ ธุรกิจต่างประเทศของตระกูลอานในขณะนี้ก็ให้น้าชายรองของเธอรับผิดชอบทั้งหมด”
เย่เฉินมองอานข่ายเฟิง พูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย : “สวัสดีครับน้าชายรอง”
อานข่ายเฟิงเดินเข้าไปกอดเย่เฉิน แล้วเอ่ยปากบอก : “เฉินเอ๋อ จากนี้ตระกูลอานก็คือบ้านของเธอแล้ว มีความต้องการให้ตระกูลอานออกเงินหรือออกแรงอะไร เธอเอ่ยปากมาได้เต็มที่เลย !”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นคุณท่านแนะนำอานจาวหนานให้อีก แล้วบอก : “เฉินเอ๋อ คนนี้คืออานจาวหนานน้าชายสามของเธอ”
เย่เฉินมองน้าชายสามแล้วบอก : “สวัสดีน้าชายสามครับ”
อานจาวหนานเองก็เข้าไปกอดเย่เฉินเบา ๆ และพูดพลางถอนหายใจอย่างอดไว้ไม่ได้ : “เฉินเอ๋อ ที่นครนิวยอร์กครั้งนั้น น้าชายสามรู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอมา หากว่าไม่ใช่เธอ น้าชายสามตาบอดเอง แถมจะทำร้ายคนตระกูลอานทั้งหมดด้วย……”
อานโยวโยวอายุน้อยที่สุดในตระกูลอาน ย่อมได้รับความชื่นชอบมากที่สุดอยู่แล้ว
พี่สาวแท้ ๆ เลี้ยงดูเธอตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ นับได้ว่าเป็นแม่ครึ่งหนึ่ง ส่วนพี่ชายทั้งสามคนย่อมไม่ต้องพูด รักใคร่เธอหลากหลายแบบ
แม้ว่าคนที่คู่สามีภรรยาสูงอายุให้ความสำคัญที่สุดและรักมากที่สุดคือพี่ใหญ่อานเฉิงซี แต่อย่างไรก็ตามอานเฉิงซีเป็นอิสระไว นิสัยไม่ยอมคนอีก ถึงขนาดที่ในตอนแรกพ่อแม่ต้องให้ความเกรงใจผู้ใหญ่แก่เธอในทุกด้าน ถึงขนาดที่เชื่อฟังความเห็นและคำแนะนำของเธอ เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมไม่ต้องไปเอาใจเธอ ครั้นแล้วสามีภรรยาสูงอายุจึงเพ่งความเอาใจของลูกสาวทั้งสองไปที่ตัวของอานโยวโยว
แต่ว่าอานโยวโยวไม่ได้อาศัยว่าตนได้รับความโปรดปรานแล้วทำท่าลำพองเลย กลับจะเป็นลูกสาวคนเล็กและน้องสาวคนเล็กที่ใกล้ชิดที่สุดในบ้านหลังนี้ และเธอได้รับอิทธิพลจากพี่สาวตั้งแต่เล็กอย่างแน่นแฟ้น รู้สึกสนิทกับพี่สาวมากที่สุด ต่อให้พี่สาวเสียชีวิตไปยี่สิบปี แต่เธอโตกว่าอายุตอนที่พี่สาวเสียไปแล้ว แต่พอนึกถึงอานเฉิงซี ยังคงกระตุ้นเงาของหญิงสาวตัวน้อยคนนั้นที่ก้นบึ้งหัวใจของเธอขึ้นมา
ถึงขนาดที่ในตอนนี้เธอมองเย่เฉิน ก็หวนนึกถึงความรักใคร่แบบต่าง ๆ จากพี่สาวในตอนนั้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว และเปลี่ยนเป็นรู้สึกสลดใจทันที
อานฉี่ซานมองหลี่ญ่าหลินในเวลานี้อีกครั้ง แล้วพูดด้วยท่าทีโกรธ ๆ : “เฉินเอ๋อ ไอ้บ้าญ่าหลินคนนี้ฉันไม่แนะนำให้เธอแล้วกัน เขารู้ตัวตนของเธอในตอนนี้เร็วกว่าพวกเราซะอีก”
หลี่ญ่าหลินรู้ว่าอานฉี่ซานตำหนิเรื่องที่ตัวเองไม่ได้เปิดเผยตัวตนของเย่เฉินมาโดยตลอดอยู่ ครั้นแล้วจึงพูดด้วยใบหน้าจนปัญญา : “ลุงอานครับ คุณเย่เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของผม ไม่มีเขา ถ้าตอนนี้ผมไม่โดนฝังศพไป ก็ยังแช่อยู่ในถังไนโตรเจนเหลว คุณเย่ขอร้องผมว่าอย่าเปิดเผยตัวตนของเขาอย่างชัดเจน คุณว่าผมคงไม่สามารถพูดกลับไปกลับมาต่อผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตได้หรอกนะครับ ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
หม่าหลันมันไม่ได้ไร้เดียงสาต่อโลกหรอก แต่เขียนให้ถูกคือหม่าหลันมันโง่นั้นเอง เข้ามหาลัยมีชื่อเสียงได้ไง โง่ดักดานขนาดนี้ อาจารย์ที่เขียน ก้เขียนให้อีหม่าหลันดูดีเกิ้น 555...
เอาตรงๆน่ะ ผมชอบที่พระเอกมีสาวมาติด แบบเป็นปกติ หลงรักพระเอกโงหัวไม่ขึ้นผมไม่ขัดใจหรอก มาขัดใจตอนคือแบบผญ เรื่องนี้มีนลุกหนักเกินไป จนทำใจอ่านแล้วขัดใจ ถ้าลุกพอประมาณแบบนี้คืออ่านสนุกเว่อร์ แต่นี่อ่อยหนักจนเกิน เกิดอาการขัดใจสุดๆ 555...
ห๊า พระเอกไปเป็นหนี้พวกหล่อนตรงไหน พวกตัวเองชอบเย่เฉินเอง เย่เฉินไม่ได้บังคับ แล้วจะให้พระเอกคืนความรักให้พวกเอ็งเนี่ยน่ะ ส่วนพระเอกกุเห้นมึงก้ปวดใจกับผู้หญิงทุกคนแหละ -.-"...
อ๋อ พึ่งรู้ว่าพระเอกไปช่วยใคร ก้คิดว่าพระเอกชอบคนนั้น ในใจมีเขาอยู่ จะหลุดกับความคิดเฟ่ยเข้อสินถึงๆด้บอกเรื่องนี้มีแต่พวกหลงตัวเอง มีแค่ชูหรันกับซิวอี้นี่แหละความรักผญ.ดี ๆม่หลงตัวเองขนาดนั้น ขอโทษด้วยครับพอดีอินไปหน่อย...
ผู้หญิงเรื่องนี้หลงตัวเองโครต เป้นเพราะชูกันเถอะ พระเอกถึงได้มีแรงผลักนั้น ไม่ใช่นานาโกะ มโนเก่งเนาะ อีเฟ่ย...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โง่ทั้งพระเอกทั้งหลิวม่านฉง ทำตัวเป้นเมียพระเอกสะงั้น จนต้องเลื่อนผ่านขก.อ่าน ขัดใจ พระเอกแม่งก้จะแคร์ผู้หญิงทั้งโลกเลยรึไง...
ไอหลิวท่านฉง ก้มั่นหน้าเกินน่ะ คิดว่าพระเอกจะชอบมึงรึไง เล่นตัว จะหลุด...
ตระกูลเฟ่ยแม่งก้น่าขยะแขยงกันทุกตัวแหละ มีแค่เฟ่ยเข่อขิน เป้นตระกุลเดียวที่ไม่อยากให้เย่เฉนร่วมมือด้วยเลยจริงๆ เฟ่ยเจี้ยนจงแม่งก้ไม่ใช่คนดีไรนักหรอก ปากก้เอาเครื่องสวรรค์มาอ้าง สุดท้ายก้อยากจะไว้ชีวิตหลานตัวเอง น่าขยะแขยง...