อานฉี่ซานกลอกตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วพูด : “ฉันไม่ได้โทษเธอจริงหรอกไอ้หนู ฉันรู้ว่าเธอทำถูกต้องแล้ว แต่ฉันแค่รู้สึกอารมณ์ไม่ดีนิดหน่อย เธอยังไม่อนุญาตให้ฉันอารมณ์ไม่ดีงั้นเหรอ ?”
“อนุญาตครับ อนุญาต……” หลี่ญ่าหลินพยักหน้าติดต่อกัน แล้วพูด : “ลุงอานครับ อันที่จริงไม่ใช่ว่าผมไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย ก่อนหน้านี้ตอนที่เราคุยกัน ผมพูดคลุมเครือกับคุณอยู่ตลอดไม่ใช่หรือครับ การหาเฉินเอ๋อที่เมืองจินหลิง มีความเป็นไปได้สูงมาก แถมผมเองก็เคยวิเคราะห์สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้นให้คุณด้วยว่า มีความน่าสงสัยสูงมาก……”
“ใช่……” อานฉี่ซานพูดด้วยความเดือดดาล : “เธอวิเคราะห์ให้เราแล้ว แต่การวิเคราะห์ของเธอช้าไป ขืนเธอพูดช้าไปครึ่งชั่วโมง เฉินเอ๋อก็คงเข้ามาฆ่าเองแล้ว !”
หลี่ญ่าหลินหัวเราะแหะ ๆ อย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แล้วพูดพลางเกาหัว : “อัยหยา เรื่องนี้ ผมเองก็นึกไม่ถึง……”
อานฉี่ซานโบกมือ : “เอาเถอะ ฉันไม่คุยเรื่องนี้กับเธอแล้ว เธอรู้ว่าอาของเธอไม่ได้โทษเธอก็พอแล้ว”
ว่าแล้ว เขาก็ไม่รอให้หลี่ญ่าหลินเอ่ยปาก รีบกระแอมทันที แล้วพูดเสียงดัง : “ในเมื่อเฉินเอ๋อกลับมาแล้ว คนทั้งหมดของตระกูลอานก็อยู่ครบแล้วเหมือนกันในวันนี้ ฉันจะประกาศข้อตกลงต่อหน้าทุกคน”
ทุกคนได้ยินคำพูดนี้ ก็พากันมองคุณท่าน คอยข้อความถัดไปของเขาอยู่
อานฉี่ซานเอ่ยปากบอก : “นับจากวันนี้เป็นต้นไป ทรัพย์สมบัติของตระกูลอานในแต่ละขอบเขต จะแยกออกให้ในนามของเฉินเอ๋อ 60 เปอร์เซ็นต์ทั้งหมด”
ว่าแล้ว อานฉี่ซานก็พูดอีกว่า : “พวกเธออย่าเพิ่งแสดงความเห็น ฉันจะบอกสาเหตุที่ฉันตัดสินใจอย่างนี้ให้ สาเหตุมีอยู่สามข้อ ข้อแรก ทรัพย์สมบัติของตระกูลอานในตอนนี้ มีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่คุณแม่ของเฉินเอ๋อได้กำไรกลับมา ข้อสอง เฉินเอ๋อจากบ้านไปหลายปีขนาดนี้ เดิมทีตระกูลอานของเราก็เป็นหนี้เขา ข้อสาม เฉินเอ๋อเคยช่วยตระกูลอานไว้สองครั้ง มีบุญคุณต่อตระกูลอาน พวกเธอคิดเห็นว่าไง ?”
น้าทั้งสามกับน้าสาวของเย่เฉินต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน : “คุณพ่อ เราไม่มีอะไรจะคัดค้านค่ะ/ครับ !”
คราวนี้เย่เฉินเอ่ยปากบอก : “คุณตาครับ ทรัพย์สมบัติของตระกูลอานเป็นของตระกูลอาน ไม่ได้เป็นของผม ผมรับพวกนี้ไว้ไม่ได้หรอกครับ”
อานฉี่ซานโบกมือแล้วบอก : “เฉินเอ๋อ ตาไม่ได้เกรงใจเธออยู่ เงินไม่สำคัญสำหรับคนตระกูลอาน ก็ต่อให้ให้เธอ 60 เปอร์เซ็นต์ กี่ชั่วชีวิตที่เหลือก็ใช้ไม่หมด เป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น แต่ตอนนี้เธอต้องต่อสู้กับองค์กรพั่วชิง จำเป็นต้องยกระดับกำลังในทุกด้าน มิหนำซ้ำองค์กรพั่วชิงนี้ไม่ได้เป็นเพียงศัตรูของเธอเพียงคนเดียว เป็นศัตรูร่วมกับครอบครัวของเราด้วย เงินของตระกูลอานอยู่ในมือของเธอ ก็สามารถแสดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาได้เต็มที่เหมือนกัน”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย แล้วพูด : “คุณบอกว่าหลังจากมาเมืองจินหลิงร่างกายก็ดีขึ้นมาก ดีขึ้นตอนที่พักอยู่โฮมสเตย์ว่านหลิ่วสองสามวันนั้นสินะครับ ?”
“ใช่” อานฉี่ซานพยักหน้าแล้วบอก : “หลังจากพักโฮมสเตย์ว่านหลิ่ว ร่างกายจึงจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้เป็นแค่ฉันนะ คุณยายของเธอก็ดีขึ้นมากเหมือนกัน พวกน้าของเธอก็เหมือนกัน ว่ากันว่าคุณยายเธอเคยให้อาจารย์หงดูฮวงจุ้ยคฤหาสน์หลังนั้นอยู่ เมื่อก่อนฉันยังไม่เชื่อพวกนี้ แต่ครั้งนี้เลื่อมใสอย่างสุดจิตสุดใจจริง ๆ ”
เย่เฉินพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก : “ที่โฮมสเตย์ว่านหลิ่วสามารถทำให้คุณกับคุณยายรวมทั้งคนอื่น ๆ มีร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อันที่จริงไม่ได้เกี่ยวข้องกับฮวงจุ้ยหรอกครับ ฮวงจุ้ยสามารถเปลี่ยนโชคชะตาของคนคนหนึ่ง รวมทั้งออร่าภายในร่างกายได้ แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพที่เกิดผลทันทีขนาดนี้หรอกครับ”
อานฉี่ซานถามด้วยความประหลาดใจ : “งั้นมันเป็นเพราะอะไรกันแน่ ?”
เย่เฉินยักไหล่ แล้วยิ้มบอก : “ตอนที่อาจารย์หงไปดูฮวงจุ้ยที่นั่น ผมเองก็ตามไปด้วย รู้ว่าคุณสุขภาพไม่ดี คุณยายเองก็อายุมากเลย เลยทิ้งค่ายกลกับอายุวัฒนะเม็ดหนึ่งไว้ที่นั่น ตรรกะโดยพื้นฐานคือค่ายกลควบคุมฤทธิ์ของยาอายุวัฒนะเอาไว้ ทำให้มันปล่อยในคฤหาสน์อย่างช้า ๆ และค่อยถูกคนในคฤหาสน์ดูดรับอีกที”
คนตระกูลอานได้ยินแล้วก็ตะลึงตาค้าง คุณท่านพูดอุทานด้วยความตกใจ : “เฉินเอ๋อ……เธอ……เธอทิ้งยาอายุวัฒนะหนึ่งเม็ดที่มีมูลค่าสามแสนล้านที่ห้องนั้น ? !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...