ครั้นแล้ว คุณท่านก็พูดกับเย่เฉิน : “เฉินเอ๋อ ยาอายุวัฒนะสองเม็ดนี้เธอเก็บเอาไว้ก่อน รอเธอจัดการองค์กรพั่วชิงแล้ว หลังจากตระกูลอานทำตามคำสัญญาแล้ว เธอค่อยเอามาให้ตาก็ยังไม่สายไป !”
เย่เฉินส่ายหน้าแล้ว : “คุณตาครับ เมื่อกี้คุณบอกว่า ยาอายุวัฒนะเป็นจิตใจกตัญญูของผม ทรัพย์สมบัติเป็นน้ำใจของคุณ ระหว่างสองอย่างนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถนำมาพูดเปรียบเทียบได้เลย จิตใจกตัญญูของผม ไม่ได้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนน้ำใจของคุณ ทำไมคุณจะต้องรอให้ได้น้ำใจแล้ว จึงจะยอมรับจิตใจกตัญญูของผมเล่า ?”
อานโฉงชิวที่อยู่ด้านข้างพูดโน้มน้าวอย่างอดไว้ไม่ได้ : “นั่นสิครับพ่อ ยาอายุวัฒนะเป็นจิตใจกตัญญูที่เฉินเอ๋อมีต่อพ่อกับแม่ ทำไมพ่อต้องพูดแก้ตัวหลีกเลี่ยงครั้งแล้วครั้งเล่าล่ะครับ ?”
อานฉี่ซานเหลือบมองเขา แล้วก็เหลือบมองเย่เฉิน ถอนหายใจยาว ๆ เฮือกหนึ่ง แล้วพูดด้วยจิตใจที่เยือกเย็น : “เฮ้อ ! พูดจากใจจริง ฉันอยากได้ยาอายุวัฒนะเม็ดนี้มากกว่าใครทั้งนั้น เมื่อกินมันไป ไม่เพียงแต่ไม่ต้องทนทรมานจากโรคอัลไซเมอร์อีก แถมอย่างน้อยยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้เพิ่มสิบยี่สิบปีเลย สำหรับคนอายุนี้อย่างฉันแล้ว นี่ก็คือของที่ล้ำค่าที่สุดในโลกนี้ เพียงหนึ่งเดียว……”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความรู้สึกเสียหน้า : “แต่ว่า พอนึกถึงที่ฉางอิงกับเฉิงซีถูกทำร้าย ว่าฉันไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้ และไม่สามารถช่วยแก้แค้นให้พวกเขาได้ และนึกถึงที่เฉินเอ๋อลำบากมาเยอะขนาดนั้นในอดีต20ปีนี้ ฉันรู้สึกละอายใจจริง ๆ ฉันรู้สึกผิดต่อลูกสาวกับลูกเขย และรู้สึกผิดต่อหลาน แต่ว่าถึงที่สุดกลับเป็นหลานของฉันที่ช่วยชีวิตของฉันไว้หลายครั้งหลายหน เรื่องนี้ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกละอายใจเหลือเกิน หากว่าฉันรับยาอายุวัฒนะเม็ดนี้เอาไว้ ชีวิตน่ะคงมีแล้ว แต่คงไม่มีหน้าแล้ว……”
คำพูดของอานฉี่ซาน ออกมาจากใจจริงทุกประโยค
อยากได้กลับไม่มีหน้าให้เอา นี่ก็คือกระบวนของจิตใจของขณะนี้ของเขา
เย่เฉินพอจะเดาที่อยู่ของปมในใจของคุณตาได้ ครั้นแล้วเขาจึงเอ่ยปากพูด : “คุณตาครับ คุณไม่ต้องรู้สึกผิดเกินไปหรอกครับ ผมรู้สึกตำหนิคุณมากก่อนหน้าในคืนนี้ เป็นเพราะผมเอาแต่คิดว่า ที่ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ผมออกจากสหรัฐอเมริกาแล้วกับหัวเซี่ย มีความเกี่ยวข้องกับท่าทีเย็นชาของคุณในตอนแรกในระดับหนึ่ง แต่ว่าวันนี้ผมเพิ่งจะรู้ว่า ที่คุณพ่อคุณแม่ผมเลือกที่จะกลับประเทศ ไม่ได้เป็นเพราะท่าทีของคุณ แต่เป็นเพราะพวกเขาอยากกลับไปสืบเสาะความลับจิ่วเสวียนจิงซวี้ที่หัวเซี่ยต่างหาก ความตำหนิพวกนั้นในตอนแรกไม่เพียงพอที่จะกลายเป็นความแค้น บวกกับคืนนี้ทำให้ทุกอย่างนี้ชัดเจนแล้ว ดังนั้นความตำหนิพวกนั้นในใจ ก็ได้ปล่อยวางได้หมดแล้วครับ”
ว่าแล้ว เย่เฉินก็พูดอีก : “และผมไม่เพียงปล่อยวางคุณเท่านั้น ผมเองก็ปล่อยวางคุณปู่ของผมไปค่อนหนึ่งแล้ว แม้ว่าตอนนั้นเขาบีบคุณพ่อกับคุณแม่ผมออกจากตระกูลเย่จริง แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ทุกอย่างนี้ล้วนเป็นสิ่งที่คุณพ่อผมเลือกเอง ต่อให้ตอนนั้นเขาต้องการให้คุณพ่อผมอยู่ที่ตระกูลเย่แต่แรก คิดว่ายังไงคุณพ่อผมก็ต้องไปเหมือนกัน”
พูดถึงตรงนี้ เย่เฉินก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วยิ้มบอก : “วันนี้เป็นวันดี ไม่เพียงแต่ได้รู้จักคุณทั้งสอง รวมทั้งน้าสาว และพวกน้า ยังทำให้ผมได้รู้เรื่องราวในอดีตที่เกี่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ผม ที่ก่อนหน้าผมไม่เข้าใจ และขจัดปมที่อยู่ในใจของผมมายี่สิบปีนี้ไปอีกด้วย ช่างน่ายินดีจริง ๆ !”
อานฉี่ซานได้ยินถึงตรงนี้ ก็ร้องไห้น้ำตานองหน้าไปเลย
เขาไม่ยอมรับยาอายุวัฒนะเอาไว้ สาเหตุหลัก ๆ ก็คือคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับยาอายุวัฒนะเม็ดนี้
ต่อให้เป็นจิตใจกตัญญูของหลานตัวเอง แต่เขายังคงคิดว่าคุณตาอย่างตัวเองคนนี้ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมเอาเสียเลย ไม่เหมาะสมกับจิตใจกตัญญูที่มากเช่นนี้ของหลานตัวเองเลย
อานฉี่ซานพยักหน้า แล้วพูดกับภรรยา : “ในเมื่อเป็นจิตใจกตัญญูของหลาน ยังไงเราก็ต้องรับเอาไว้ ! ติดค้างน้ำใจของเฉินเอ๋อเยอะขนาดนี้ มีเพียงมีชีวิตอยู่นานหน่อย จึงจะมีโอกาสตอบแทน !”
เย่เฉินได้ยินถึงตรงนี้ ก็ยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้พูดจา
เขารู้ คนชราต้องการเหตุผลมาเกลี้ยกล่อมตัวเอง ส่วนการตอบแทน ตัวเองไม่ต้องการเลยสักนิด
นายหญิงใหญ่เห็นเช่นนี้ ก็ไม่ได้ปฏิเสธอีก แล้วพยักหน้าพร้อมกับพูดทอดถอนใจ : “เป็นจิตใจกตัญญูของหลาน ย่อมไม่สามารถทำให้ผิดหวังได้……”
เย่เฉินฉวยโอกาสรีบทำ ยื่นยาอายุวัฒนะไว้ในมือของทั้งสองคน
ในขณะเดียวกันเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความหดหู่ การส่งยาให้ผู้สูงอายุ ต้องเหนื่อยและเปลืองแรงจริง ๆ จะเอาแต่ตรงไปตรงมาไม่ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...