ไม่เหมือนคนหยาบอย่างหงห้าแบบนี้ ตัวเองให้โอสถเขา เขาก็คุกเข่าบนพื้น สองแขนชูเหนือศีรษะ หลังจากรับยาไป ก็โขกหัวบนพื้น บอกว่าขอบคุณอาจารย์เย่ที่มอบยาไว้ เรื่องนี้ก็เป็นอันจบไป
หลังจากทอดถอนใจ เย่เฉินก็พูดกับทั้งสองคน : “คุณตา คุณยายครับ รีบทานโอสถไปหน่อยนะครับ จากนั้นเราไปกินข้าวกันเถอะครับ คุยกันนานขนาดนี้ ท้องผมหิวแล้วครับ !”
ทั้งสองคนสบตากัน เมื่อกี้รับโอสถไป จากนั้นต่างฝ่ายต่างมองกัน มองโอสถ แล้วมองเย่เฉินกับลูกหลานทั้งสี่คน จากนั้นทั้งสองคนหยิบโอสถขึ้นมาพร้อมกัน แล้วค่อย ๆ วางลงในปาก
นอกเหนือจากเย่เฉิน ตระกูลอานคนอื่น ๆ รวมทั้งหลี่ญ่าหลิน ต่างเบิกตาโพลง มองผู้สูงอายุทั้งสองคนโดยไม่กะพริบตา อยากเห็นประสิทธิภาพของยาอายุวัฒนะกับตาตัวเองสักหน่อย
ต่อให้เป็นอานโฉงชิวน้าชายใหญ่ของเย่เฉิน ในตอนนั้นเห็นเพียงประสิทธิภาพที่คนอื่นทานหนึ่งในสี่ส่วนของยาอายุวัฒนะหนึ่งเม็ด ที่งานประมูลเท่านั้น ไม่เคยเห็นฉากที่กินยาอายุวัฒนะไปทั้งเม็ด
และผู้สูงอายุทั้งสองคน ต่างฝ่ายต่างเหล่มองกันอยู่ตลอด พวกเขาอยากเห็นประสิทธิภาพของยาอายุวัฒนะที่เวลาไหลย้อนกลับนั่นที่เล่าลือกัน จากใบหน้าของอีกฝ่าย
และยาอายุวัฒนะ ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง
พอฤทธิ์ยาได้ผล ก็ราวกับภาพสไลด์ที่เล่นย้อนด้วยความเร็วทันที
ผมขาวโพลนของผู้อายุทั้งสองคนโผล่สีดำแซมอยู่บ้างอย่างรวดเร็ว รอยย่นลึกพวกนั้นบนหน้า ราวกับถูกเติมให้เต็มในชั่วพริบตาด้วยเหมือนกัน ใบหน้าหย่อนยาน เห็นได้ชัดว่ามีความสามารถต่อต้านแรงโน้มถ่วง
ทั้งสองคนมองคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมาค่อนชีวิต และเห็นคู่ชีวิตที่อีกฝ่ายแก่ลงทีละน้อย ๆ กับตาตัวเอง จู่ ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเยาว์วันอย่างรวดเร็ว จึงทั้งรู้สึกตกใจและดีใจ ประสบการณ์ที่มหัศจรรย์นี้ ทำให้ความรู้สึกที่พวกเขามีต่ออีกฝ่ายสูงขึ้นอีกครั้ง
และความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านั้น อยู่ที่ร่างกายของทั้งสองคน
สมองใหญ่โตของคุณท่านที่ทรมานจากโรคอัลไซเมอร์มาเต็มอิ่มนั่น ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นยิ่งแจ่มชัด
ครั้นแล้ว พากันเข้าไปปลอบใจ
อานโฉงชิวบอก : “พ่อครับ แม่ครับ ทำไมทั้งสองคนยังร้องไห้ล่ะ ดูสิพวกคุณอายุน้อยลงขนาดนี้ภายในเวลาอันสั้น เราดีใจก็ยังไม่ทันด้วยซ้ำ !”
“นั่นสิคะ ! ” อานโยวโยวพูดไม่ขาดปาก : “พ่อคะ แม่คะ ใบหน้าของพวกคุณ อายุน้อยลงไม่เพียงแค่สิบกว่าปีภายในเวลาอันสั้นจริง ๆ ! วิเศษจริง ๆ !”
คู่สามีภรรยาสูงอายุสบตากันแวบหนึ่ง ต่างมองออกว่าทำไมอีกฝ่ายร้องไห้
คุณท่านเช็ดน้ำตาให้แห้งก่อน แล้วกอดนายหญิงใหญ่ไว้ในอ้อมกอดเบา ๆ พูดปลอบใจเหมือนโอ๋เด็ก : “เอาล่ะ ๆ ไม่ร้องไห้แล้วนะ ไม่ร้อง วันนี้เป็นวันมงคล เราสองคนอย่าร้องไห้ต่อหน้าเฉินเอ๋ออีกเลย !”
นายหญิงใหญ่ปาดน้ำตาไปด้วย และพยักหน้าซ้ำ ๆ พร้อมกันพูดฝืนยิ้มไปด้วย : “ไม่ร้องแล้ว ไม่ร้องแล้ว เฉินเอ๋อหิวแล้ว เรารีบไปกินข้าวกัน ! อาหารมื้อนี้ ฉันคอยมายี่สิบปี หนึ่งนาทีก็รออีกไม่ได้แล้ว !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
หม่าหลันมันไม่ได้ไร้เดียงสาต่อโลกหรอก แต่เขียนให้ถูกคือหม่าหลันมันโง่นั้นเอง เข้ามหาลัยมีชื่อเสียงได้ไง โง่ดักดานขนาดนี้ อาจารย์ที่เขียน ก้เขียนให้อีหม่าหลันดูดีเกิ้น 555...
เอาตรงๆน่ะ ผมชอบที่พระเอกมีสาวมาติด แบบเป็นปกติ หลงรักพระเอกโงหัวไม่ขึ้นผมไม่ขัดใจหรอก มาขัดใจตอนคือแบบผญ เรื่องนี้มีนลุกหนักเกินไป จนทำใจอ่านแล้วขัดใจ ถ้าลุกพอประมาณแบบนี้คืออ่านสนุกเว่อร์ แต่นี่อ่อยหนักจนเกิน เกิดอาการขัดใจสุดๆ 555...
ห๊า พระเอกไปเป็นหนี้พวกหล่อนตรงไหน พวกตัวเองชอบเย่เฉินเอง เย่เฉินไม่ได้บังคับ แล้วจะให้พระเอกคืนความรักให้พวกเอ็งเนี่ยน่ะ ส่วนพระเอกกุเห้นมึงก้ปวดใจกับผู้หญิงทุกคนแหละ -.-"...
อ๋อ พึ่งรู้ว่าพระเอกไปช่วยใคร ก้คิดว่าพระเอกชอบคนนั้น ในใจมีเขาอยู่ จะหลุดกับความคิดเฟ่ยเข้อสินถึงๆด้บอกเรื่องนี้มีแต่พวกหลงตัวเอง มีแค่ชูหรันกับซิวอี้นี่แหละความรักผญ.ดี ๆม่หลงตัวเองขนาดนั้น ขอโทษด้วยครับพอดีอินไปหน่อย...
ผู้หญิงเรื่องนี้หลงตัวเองโครต เป้นเพราะชูกันเถอะ พระเอกถึงได้มีแรงผลักนั้น ไม่ใช่นานาโกะ มโนเก่งเนาะ อีเฟ่ย...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โง่ทั้งพระเอกทั้งหลิวม่านฉง ทำตัวเป้นเมียพระเอกสะงั้น จนต้องเลื่อนผ่านขก.อ่าน ขัดใจ พระเอกแม่งก้จะแคร์ผู้หญิงทั้งโลกเลยรึไง...
ไอหลิวท่านฉง ก้มั่นหน้าเกินน่ะ คิดว่าพระเอกจะชอบมึงรึไง เล่นตัว จะหลุด...
ตระกูลเฟ่ยแม่งก้น่าขยะแขยงกันทุกตัวแหละ มีแค่เฟ่ยเข่อขิน เป้นตระกุลเดียวที่ไม่อยากให้เย่เฉนร่วมมือด้วยเลยจริงๆ เฟ่ยเจี้ยนจงแม่งก้ไม่ใช่คนดีไรนักหรอก ปากก้เอาเครื่องสวรรค์มาอ้าง สุดท้ายก้อยากจะไว้ชีวิตหลานตัวเอง น่าขยะแขยง...