เย่เฉินรู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการประกาศอำนาจ
การที่เครื่องบินของผู้อาวุโสทั้งสามแห่งองค์กรพั่วชิงหันกลับตอนบินอยู่เหนือมหาสมุทรนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่า อู๋เฟยเยี่ยนกลัวเขา
ในเมื่อพวกเขากลัว ก็ควรใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์
ตระกูลอานจะไม่เดินทางออกจากจินหลิงในตอนนี้ และในตระกูลอานคงมีสายลับขององค์กรพั่วชิงอยู่อีก การใช้โอกาสนี้ประกาศคำพูดออกมา ยังเขียนเสือให้วัวกลัวได้อีกด้วย”
ปัจจุบันตระกูลอานมีความไว้วางใจในตัวเย่เฉินมาก ในเมื่อเย่เฉินพูดแบบนี้ ทุกคนจึงไม่มีความคิดเห็นใด พวกเขาตั้งใจดำเนินการตามแผนของเย่เฉิน
ส่วนเรื่องสามีของอานโยวโยว เย่เฉินไม่ได้รีบร้อนจะทดสอบว่าเขาผิดปกติหรือไม่ ตามความคิดของเขา ตราบใดที่ตระกูลอานยังคงแข็งแกร่งไม่ให้ข้อมูลเล็ดลอดออกไปไหน ไม่ให้โอกาสคนอื่นมาล้วงความลับของตระกูลได้ แค่นี้สถานการณ์ก็จะมั่นคง
ส่วนอู๋เฟยเยี่ยน ในเมื่อเธอรับรู้ถึงสัญญาณของการคุกคาม เธอน่าจะไม่ทำอะไรกับตระกูลอานอีก ดังนั้นสามารถวางใจได้ระดับหนึ่ง
ที่โต๊ะอาหาร เย่เฉิน คุณตา อาอีกสามคนและหลี่ญ่าหลินชนแก้วดื่มกันอย่างมีความสุข
ส่วนคุณยายและน้าเล็กก็ดื่มไวน์ไปสองสามแก้วร่วมกับทุกคน บรรยากาศในครอบครัวดูมีชีวิตชีวามากขึ้นเรื่อย ๆ
คุณยายอดไม่ได้ที่จะพึมพำว่า "เฉินเอ๋อ หลานบอกว่าแต่งงานมาสี่ปีแล้วเหรอ เมื่อไหร่ยายจะได้เห็นเหลนกับหลานสะใภ้สักที"
เย่เฉินพูดอย่างจริงจังว่า "คุณยายครับ ถ้าองค์กรพั่วชิงยังไม่ถูกลบล้าง ผมก็ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของผมต่อสาธารณะได้ ดังนั้นเรื่องนี้คงต้องรออีกสักพัก......”
คุณยายพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วถามอีกครั้ง “ว่าแต่จะทำอย่างไรกับหนานหนาน ยายว่าเธอเป็นผู้หญิงหายากหนึ่งในล้านจริง ๆ เธอรอหลานมาหลายปีแล้ว ถ้าปล่อยให้เธอรอต่อไปอีก ไม่รู้ว่าเธอจะเศร้าใจแค่ไหน......”
คุณยายรีบถามเขาว่า "เฉินเอ๋อจะไปแล้วเหรอ?"
เย่เฉินพยักหน้า พูดว่า "พอดีผมนัดกับเพื่อนเอาไว้ นี่ก็ดึกแล้ว คงอยู่ต่อไม่ได้แล้วครับ”
คุณตาดูเสียดายเล็กน้อย แต่เขายังคงพูดกับเย่เฉินว่า "เฉินเอ๋อไปทำธุระซะเถอะ ตา ยาย ป้าและอา ๆ ไม่ได้ไปไหน ช่วงนี้คงไม่ได้ไปไหน อยู่ในจินหลิงนี่ละ ถ้ามีเวลาก็มานั่งเล่นได้”
"ครับคุณตา" เย่เฉินตอบรับคำ จากนั้นดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ เขาพูดว่า "อ้อคุณตาครับ ไม่จำเป็นก็อย่าไปที่โฮมสเตย์ว่านหลิ่วในตอนนี้เลย อาศัยอยู่ที่นี่ไปก่อน คนของผมเฝ้าดูที่นี่อยู่ คงจะปลอดภัยและสะดวกกว่า”
คุณตาพยักหน้าและพูดโดยไม่ลังเลว่า "เฉินเอ๋อไม่ต้องกังวล จากนี้ไปเราจะทำตามที่หลานบอกทุกอย่าง!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...