“คุณชายเดาไม่ผิด!”
หลินหว่านเอ๋อร์ปลายสายโทรศัพท์ทางด้านนั้น กล่าวกับเย่เฉินอย่างไม่ปิดบัง: “ข้าน้อยจะไปที่เตียนหนาน จะไปเดี๋ยวนี้!”
เย่เฉินถามอย่างไม่เข้าใจ: “คุณไปเตียนหนานทำไม?”
หลินหว่านเอ๋อร์ถอนหายใจเบาๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้มใจ: “คุณชาย นับตั้งแต่มารดาแห่งชาผูเอ่อร์การพ้นบาปล้มเหลว หลังจากที่ข้าน้อยออกจากเตียนหนาน ในระยะเวลาสามร้อยปีนี้ ข้าน้อยไม่เคยกลับไปที่เตียนหนาน เกรงว่าอู๋เฟยเยี่ยนจะจัดวางกับดักไว้ที่เตียนหนานรอให้ฉันไปติด”
พูดไป หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวอีกว่า: “หน่วยบัญชาการกองทัพทั้งห้าของอู๋เฟยเยี่ยนน่าจะเข้าสู่สภาวะนิ่งเงียบเรียบร้อยแล้ว ต่อให้เธอยังทิ้งหูตาไว้ที่เตียนหนาน เกรงว่าฝนตอนนี้ก็คงจะถอยทัพกลับไปที่หน่วยบัญชาการกองทัพกลางแล้ว หรืออาจจะหยุดการสืบสวนทั้งหมดเอาไว้ทันที รอคำสั่ง ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่ข้าน้อยจะกลับไปที่เตียนหนาน!”
เย่เฉินกล่าว: “คุณหลินอย่าได้ชะล่าใจอย่างเด็ดขาด! ความสำคัญของคุณที่มีต่ออู๋เฟยเยี่ยนมากเกินกว่าใครบนโลกใบนี้ ถ้าหากเธอยังทิ้งกับดักที่จะจับคุณเอาไว้ที่เตียนหนาน คุณผลีผลามกลับไป จะต้องมีอันตรายมากอย่างแน่นอน!”
หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้มบาง: “คุณชายไม่เข้าใจอู๋เฟยเยี่ยน ถ้าหากคุณชายเข้าใจเธอก็จะรู้ว่า เธอเป็นคนที่รอบคอบเป็นอย่างมากคนหนึ่ง กลัวว่าจะเปิดเผยตัวตนต่อหน้าคนที่ไม่ช่สมาชิกคนสำคัญ ดังนั้น ถ้าหากเธอจะไปที่เตียนหนาน ถ้าอย่างนั้นสมาชิกขององค์กรพั่วชิงที่ลงหลักปักฐานอยู่ที่เตียนหนานจะต้องถอยทัพออกจากเตียนหนานไปก่อนแล้วอย่างแน่นอน ตอนนี้เธอยังมีเวลาอีกยี่สิบกว่าชั่วโมงกว่าจะถึงเตียนหนาน เตียนหนานในตอนนี้ จะต้องเป็นสถานที่ที่องค์กรพั่วชิงเข้าไปไม่ได้”
เย่เฉินถามเธอ: “คุณหลินจะไปเตียนหนานทำไม?”
“ใช่!”เย่เฉินกล่าวอย่างมุ่งมั่น: “คุณไปคนเดียวผมไม่วางใจ ยังไงคุณก็ไม่สามารถให้คุณตาทั้งสามท่านไปด้วยกันกับคุณหรอกใช่ไหม?”
หลินหว่านเอ๋อร์ซาบซึ้งในใจ แต่ก็กล่าวด้วยความกังวล: “คุณชาย..... .ข้าน้อยไม่กลัวอู๋เฟยเยี่ยน เป็นเพราะบนตัวของข้าน้อยไม่มีปราณทิพย์ นอกเสียจากอู๋เฟยเยี่ยนจะจำข้าน้อยได้ ไม่อย่างนั้นต่อให้เดินสวนกัน เพียงแค่เธอไม่ได้เห็นใบหน้าของข้าน้อย นางก็จะไม่รู้ว่าข้าน้อยคือใคร”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลินหว่านเอ๋อร์ก็เปลี่ยนเรื่อง กล่าวอย่างจริงจัง: “แต่คุณชายต่างออกไป! คุณชายมีออร่าปราณทิพย์ ทั้งยังมีแหวนกับเครื่องมือทางธรรมอื่นๆที่ซือกงมอบให้พ่อของฉันในตอนนั้น ถ้าหากสัมผัสกับอู๋เฟยเยี่ยนในระยะประชิด เป็นไปได้มากว่าจะถูกอู๋เฟยเยี่ยนจับตามอง!”
“ไม่เป็นไร!”เย่เฉินหลุดปากกล่าว: “ผมไปหาหยุนหรูเกอก่อน! ไม่ใช่ว่าเธอรู้ว่าต้องซ่อนลมปราณอย่างไรงั้นเหรอ? คืนนั้นที่โฮมสเตย์ว่านหลิ่ว เธอตามผมกับท่านเอิร์ลฉางเซิ่งมาตลอดทาง ผมไม่สังเกตเห็นเลยสักนิด ถ้าหากเธอสามารถนำวิชาซ่อนลมปราณสอนให้ผมได้ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกอู๋เฟยเยี่ยนสังเกตเห็นแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...