นับตั้งแต่หลังจากที่เย่เฉินติดตามเงื่อนงำบางอย่าง จนเจอบริษัทขนส่งขององค์กรพั่วชิงที่อยู่สิงคโปร์ เขาก็ตระหนักได้ว่า เครื่องบินพลเรือนเป็นBug(ข้อผิดพลาด)ที่คนทั่วไปมักจะมองข้าม
ต่อให้คนหนึ่งจะมีเงิน สุดยอดอีกสักแค่ไหน ตราบใดที่เขาต้องบินข้ามประเทศด้วยเครื่องบิน ก็จำเป็นต้องรายงานข้อมูลทุกอย่างของเที่ยวบินตามความจริง ให้กับประเทศที่ต้องบินผ่าน
นี่เป็นเพราะว่า ไม่มีบุคคลใดสามารถครอบงำระบบการบินได้ทั้งหมด รัฐบาลของทั่วโลกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านการบิน ความปลอดภัยของน่านฟ้าเป็นอันดับแรก ยกเว้นพ่อค้ายาของเม็กซิโกกับโคลอมเบีย ไม่มีใครกล้าขับเครื่องบินที่ไม่ได้รับใบอนุญาตการบินบนท้องฟ้า
และบนโลกใบนี้ ก็ไม่มีใคร มีความสามารถมากพอในการสร้างเครื่องเครื่องบินล่องหนที่สามารถฝ่าทะลุเรด้าห์ทั้งหมดได้
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก หรือว่าเป็นผู้มีพระคุณขององค์กรพั่วชิง เพียงแค่นั่งบนเครื่องบิน ก็ไม่สามารถซ่อนการเดินทางได้
สำหรับอู๋เฟยเยี่ยนและทั้งองค์กรพั่วชิงแล้ว พวกเขาคิดว่าตลอดว่า ตนนำจุดประสงค์ที่แท้จริงของสายการบิน เครื่องบินและการบินซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วจริงๆ ดังนั้น แม้ว่าทุกคนจะสามารถสืบหาเครื่องบินของพวกเขาเจอ ขอเพียงแค่ไม่มีใครรู้ว่าเครื่องบินลำนี้เป็นของพวกเขา พวกเขาก็ไม่ทางเปิดเผย
แต่ในความเป็นจริง ทันทีที่เจอคนที่ตั้งใจอยากจะกำจัดเพียงเล็กน้อย โอกาสที่จะเปิดเผยยังคงมีค่อนข้างมาก
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเย่เฉินถึงให้เฉินจื๋อข่ายให้ชื่ออื่นในการไปเช่าเครื่องบิน
อีกทั้ง เขาเช่าเครื่องบินก็ไม่ได้อยากจะบินตรงไปที่ต้าหลี่ อย่างไรเสียยังมีเวลาเตรียมตัวอีกยี่สิบกว่าชั่วโมง เขาบินที่ลี่เจี่ยงที่ซึ่งห่างจากต้าหลี่โดยขับรถไม่เกินสองชั่วโมงก่อน แล้วค่อบขับรถจากลี่เจี่ยงมุ่งหน้าไปยังต้าหลี่
หากปฏิบัติการตามนี้ ก็จะสามารถปกปิดจุดมุ่งหมายปลายทางได้ ความปลอดภัยก็จะเพิ่มขึ้นอีกระดับ
เดิมที เย่เฉินกำลังวางแผนว่าวันนี้จะไปโฮมสเตย์ว่านหลิ่วเพื่อถอนค่ายกลของยาอายุวัฒนะก่อน ค่อยไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่คฤหาสน์พักชั่วคราว
แต่ว่าทันทีที่คิดว่าตนเองยังต้องไปพบหยุนหรูเกอ เย่เฉินก็โทรศัพท์หาหงห้า ให้เขาเปิดไวไฟให้คฤหาสน์ที่คุณตาคุณยายพักอาศัยอยู่ ให้พวกเขาสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ จากนั้นเขาก็โทรบอกคุณตาคุณยายว่าตอนนี้ตนมีทำธุระที่ต้องไปต่างเมือง โดยผ่านวีแชท วันหลังค่อยไปเยี่ยมที่บ้าน
อานฉี่ซานกล่าวกำชับ: “จำไว้ว่าใช้วีแชท”
“ค่ะ”
อานโยวโยวรับโทรศัพท์มือถือมา เข้าสู่ระบบวีแชทของตนเอง โทรศัพท์หาสามีจื้อหมิน ในเวลาเดียวกันก็เปิดลำโพง
ปลายสายทางด้านนั้น จื้อหมินสามีของอานโยวโยวแทบจะรับสายในทันที ถามด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ: “โยวโยว ใช่คุณไหม?”
อานโยวโยวส่งอืมทีหนึ่ง: “ฉันเอง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...