ในเวลานั้นตอนที่ได้ยินเสียงของอานโยวโยว ก็ดีใจขึ้นมาทันที หลุดปากกล่าว: “โยวโยว คุณไม่เป็นไรก็ดีที่สุดแล้ว สองวันมานี้ผมโทรหาคุณมาตลอด แต่ว่าก็โทรไม่ติด ผมร้อนใจจะตายแล้ว!”
จิตใจของอานโยวโยวในเวลานี้ซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง เธอเองก็ไม่รู้ว่า สามีคนนี้ของตนใช่คนที่องค์กรพั่วชิงมอบหมายให้มาเป็นสายลับในครอบครัวของตนเองหรือไม่
ภายในใจของเธอไม่หวังว่าเรื่องจริงจะเป็นเช่นนี้ แต่ว่า เรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นความตายของตระกูลอัน เธอไม่กล้าชะล่าใจเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น เธอจึงเอ่ยปากกล่าว ตามที่เย่เฉินกำชับต่อไป: “ที่รัก คุณเกือบจะไม่ได้ยินเสียงของฉันอีกแล้ว......”
เฉินจื้อหมินกล่าวอย่างตกใจ: “เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม?!”
อานโยวโยวกล่าว: “เมื่อสองวันก่อน มียอดฝีมือที่ค่อนข้างเก่งกาจคนหนึ่งไล่ตามฆ่ามาที่โฮมสเตย์ว่านหลิ่วอย่างกะทันหัน ตามที่คนนั้นพูดคือท่านเอิร์ลฉางเซิ่งหนึ่งในท่านเอิร์ลทั้งสี่ขององค์กรพั่วชิง ก็คือคนที่พละกำลังแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาท่านเอิร์ลทั้งสี่คนหนึ่ง บอดี้การ์ดในบ้านเพียงแค่ต่อสู้กับอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก็ถูกฆ่าตายเกือบหมด......”
“หา?!”เฉินจื้อหมินเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง: “แล้วหลังจากนั้นละ? คุณหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้ยังไง? พ่อกับแม่พวกเขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
อานโยวโยวกล่าวเจื้อยแจ้ว: “ตอนนั้นพวกเราคิดว่าจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมีคนลึกลับที่ใส่หน้ากากคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นแล้วช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งคนนั้นถูกเขาไล่ตามไปต่อสู้ สุดท้ายก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นอีก......”
เฉินจื้อหมินกล่าวด้วยความสงสัย: “เป็นคนลึกลับอีกคน? นี่มันเป็นครั้งที่สองแล้วใช่ไหม! เป็นไปได้ไหมที่จะเกี่ยวข้องกับคนลึกลับที่ช่วยพวกคุณครั้งแรก?”
อานโยวโยวกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน: “ไม่ผิด! ฉันจำเสียงของเขาได้ เป็นผู้มีพระคุณคนนั้นที่ออกหน้าช่วยพวกเราไว้ที่นครนิวยอร์กครั้งก่อน!”
เฉินจื้อหมินรีบถาม: “คุณได้เจอกับผู้มีพระคุณอีกแล้ว? เขาเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงได้ปรากฏตัวตอนช่วงเวลาสำคัญทุกครั้ง?”
อานโยวโยวถามอย่างลองหยั่งเชิง: “ที่รัก คุณยังฟังอยู่ไหม?”
เฉินจื้อหมินได้สติกลับคืนมา กล่าวอย่างยากที่จะซ่อนความตื่นตระหนก: “หา? ผมกำลังฟังผมกำลังฟัง......เมื่อครู่นี้ผมกำลังดูของ เลยเสียสมาธิไปหน่อย......”
พูดไป เฉินจื้อหมินก็กล่าวอีกว่า: “พวกคุณไม่เป็นอะไรก็ดีที่สุดแล้ว ผมเองก็จะได้วางใจได้ สองวันมานี้ไม่มีข่าวคราวของคุณ ผมเครียด จนกินไม่ได้นอนไม่หลับมาตลอด แม้แต่งานก็ไม่มีสมาธิจะไปทำ......”
พูดจบ เฉินจื้อหมินอ้าปากหาว พูด: “โอ๊ย ไม่ได้หลับสนิทมาสองสามคืนแล้ว ได้ยินว่าคุณไม่เป็นไร ก็ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้นแล้วทันทีเลย ที่รัก ผมไปนอนก่อนสักประเดี๋ยว ฝืนไม่ไหวแล้วจริงๆ”
อานโยวโยวเม้มปาก สีหน้าห่อเหี่ยว แต่กลับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง: “ได้ค่ะที่รัก คุณรีบไปพักผ่อนเถอะ โทรศัพท์อย่าลืมเปิดโหมดห้ามรบกวนนะคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...