บทที่ 577
เมื่ออู๋ซินเห็นพ่อเชื่อมั่นว่า เย่เฉินจะต้องมียาอายุวัฒนะแน่ ก็มองไปยังเขา โพล่งพูดออกไปว่า : “พ่อ พ่อคงไม่ได้จะไปหาเขา แล้วคุกเข่าขอยาอายุวัฒนะอะไรนั่นจริงๆหรอกนะ?”
“ใช่ ”อู๋ตงไห่พยักหน้าแล้ว พูดว่า : “เดี๋ยวแกเดินเข้าไปกับฉัน ฉันจะขอโทษเขาแทนแก แกคุกเข่าขอให้เขาอภัย แล้วฉันจะพูดเรื่องยาอายุวัฒนะกับเขา”
อู๋ซินทำท่าทางที่หดหู่ : “พ่อ พ่อหมายความว่าจะให้ฉันคุกเข่ายอมรับผิด แล้วระหว่างนั้นคุณก็จะแสดงเป็นคนซื่อตรง? ”
อู๋ตงไห่มองไปที่อู๋ซินที่อยู่ด้านข้าง ถามย้อนว่า : “แกมีัปัญหาอะไรเหรอ?”
อู๋ซินตกใจสายตาที่พ่อมองมา รีบโบกไม้โบกมือแล้วพูดว่า : “ไม่……ผมไม่มีปัญหาอะไร!”
อู๋ตงไห่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พูดว่า : “ฉันบอกแกแล้ว เป็นผู้ชายต้องยืดได้งอได้ ถ้าหากแกคุกเข่าแล้วไม่มีประโยชน์ ฉันก็จะคุกเข่า ขอแค่ได้เม็ดยาอายุวัฒนะมา ให้เขาเรียกฉันว่าพ่อฉันก็ยอม ในโลกใบนี้ยังจะมีอะไรสำคัญกว่าชีวิตอีกเหรอ?”
“ก็ได้……” อู๋ซินรู้ พ่อได้หลงใหลในเม็ดยาอายุวัฒนะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในเวลานี้ไม่ว่าตัวเองจะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์
ตอนที่สอนพ่อลูกกำลังเดินกลับไป เย่เฉินให้ผู้คนที่อยู่รอบตัวออกไป
งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มขึ้น แต่เขามองออกไปรอบๆ กลับพบว่าโต๊ะที่ตัวเองนั่งอยู่นั้น ยังมีที่ว่างอยู่อีกสองที่
สองที่นั่งนี้ เตรียมไว้ให้สำหรับซือเทียนฉี และเฉินเสี่ยวจาวหลานสาวของเขา
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะสงสัย
จากความเข้าใจของเขาที่มีต่อซือเทียนฉี ท่านซือเป็นคนที่เคร่งเรื่องเวลามาก และรักษาสัญญา ไม่น่าจะมาสายขนาดนี้
คิดมาถึงตรงนี้ เย่เฉินก็หยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาซือเทียนฉี
รับโทรศัพท์ อย่างรวดเร็ว
ที่แท้ก็เป็นพ่อลูกตระกูลอู๋?!
ในใจของเขาสาดส่องความโกรธขึ้นมาทันที พร้อมเอ่ยถามไปว่า : “คุณและท่านซือไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม?”
เฉินเสี่ยวจาวรีบกล่าวว่า : “เปล่าค่ะ ตอนนั้นฉันไม่ได้อยู่คลินิก พอฉันกลับมา ร้านก็พังทลายแล้ว และคนของตระกูลอู๋ก็ไปแล้ว แต่ว่าคุณตาก็ไม่ได้เป็นอะไร มีแค่ร้านที่พังแล้วเท่านั้น”
เมื่อเย่เฉินได้ยินว่าพวกเขาทั้งสองไม่เป็นอะไร ถึงได้วางใจ พูดออกไปอย่างเยือกเย็นว่า : “เสี่ยวจาว คุณบอกท่านซือนะ เรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง”
พูดแล้ว เย่เฉินก็วางสายเลย มีกระแสลมหนาวเกิดขึ้นมาบนใบหน้า
ในเมื่อสองพ่อลูกตระกูลอู๋หยิ่งยโส มาจิงหลินก็ไม่รู้จักระวังการกระทำสักนิด แม้แต่ร้านยาของซือเทียนฉีก็กล้าพังทลาย
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...